ยวหงพูดอย่างจริงจัง
อันหลินแน่นหน้าอก แทบจะกระอักเลือด
กระต่ายจันทราเห็นภาพนี้ก็หัวเราะร่า แทบถือแครอทไม่อยู่
“ฮึ่ย! มาดของเซียนกระบี่ก็มองไม่ออก พวกเจ้าต้องไปตรวจตาแล้ว!” อันหลินเอ่ยอยากไม่พอใจ สะบัดแขนเสื้อแล้วออกจากห้องไป
เขามายังที่พักด้านข้างแล้วเคาะประตูเบาๆ
เมื่อประตูเปิดออก หญิงสาวในห้องสวมชุดรัดเอว รูปร่างอรชรอ้อนแอ้น ประดุจเทพธิดาภายใต้การส่องสะท้อนของแสงจันทร์
หลังนางเห็นผู้มาเยือนมุมปากก็ยกขึ้น ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มงามสะคราญ “อันหลิน มาขอชาดื่มอีกแล้วหรือ”
อันหลินยิ้มอย่างเก้อเขิน สำนักของสวีเสี่ยวหลานอยู่บนต้นไม้สูงร่วมหมื่นเมตร ใบชาที่เด็ดจากต้นเทวะอร่อยอย่างยิ่ง เขาจึงมักจะมาดื่มชาที่บ้านพักของสวีเสี่ยวหลาน ถือโอกาสพูดคุย สนทนาธรรมบ้าง
“ยืนบื้ออยู่ทำไม รีบเข้ามาสิ” สวีเสี่ยวหลานกวักมือ เอ่ยด้วยรอยยิ้ม
อันหลินก็ไม่เกรงใจ เป็นเพื่อนบ้านมาเกือบสามปี จำนวนที่มาเยือนมากนับไม่ถ้วนแล้ว
เขาเดินเข้าไปในบ้านพัก สูดดมกลิ่นหอมสดชื่นบางๆ ภายในห้อง พลันรู้สึกผ่อนคลายทันที
“วันนี้จะดื่มชาอะไร ชาเสิ่นหยางหรือชาเยว่ไป๋”
นัยน์ตาคู่งามของสวีเสี่ยวหลานที่จ้องอันหลินเจือแววไถ่ถาม
“ชาเยว่ไป๋แล้ว