งทอดถอนใจ ระยะประชิดเช่นนี้ ขนตาของนางสั่นระริก นัยน์ตาแวววับ ทำเอาอันหลินรู้สึกเก้อเขินอย่างยิ่ง
“แต่บัดนี้โลกใบนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงแล้ว มันงดงามขึ้นทุกวัน สดใสขึ้นเรื่อยๆ มีบุคคลเหนือชั้นที่มากความสามารถมากมาย มีของกินท้องถิ่นแปลกใหม่เป็นเอกลักษณ์ก่ายกอง มีบทเพลงที่งดงามไพเราะเหลือล้น…” อันหลินพูดโน้มน้าวต่อ
“แต่แม้จะผ่านไปนับหมื่นปีแล้ว มีที่แห่งหนึ่ง มันจะไม่มีทางเปลี่ยนแปลงไปเลย…” แววตาของไป๋หลิงหม่นหมอง ไม่เพียงไม่สั่นคลอนกับคำพูดของอันหลินเท่านั้น แต่ยังไร้อารมณ์อีกด้วย
อันหลินลอบสบถในใจว่าแย่แล้ว รู้ว่าไป๋หลิงหวนคิดถึงบ้านเก่าในวันวาน
อารยธรรมจื่อซิงกับอารยธรรมจิ่วโจวไม่เหมือนกัน
ชาวจื่อซิงกับชาวจิ่วโจวหากว่ากันตามตรงแล้ว ก็ถือเป็นสองเผ่าพันธุ์ที่แตกต่างกัน ไป๋หลิงเป็นชาวจื่อซิง เป็นบุคคลที่ชนเผ่าดับสิ้น อยู่เดียวดายมานานนับหมื่นปีแล้ว
นางยึดความเชื่ออะไร ถึงสามารถใช้ชีวิตเพียงลำพังในห้องทดลองเป็นเวลาเนิ่นนานเช่นนี้ได้ นางยืนหยัดอยู่ที่นี่ ต้องการเห็นภาพแบบไหนกันแน่
“พี่ไป๋ เจ้ามีความฝันอะไร หรือมีเป้าหมายอะไรไหม” อันหลินคิดว่าหากรู้ว่าไป๋หลิงมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร ต้