ทันใด โลหะของกรงเล็บส่องแสงแปลบปลาบ
ดวงตาของอันหลินเย็นเยือก ปีกวายุสีขาวบนแผ่นหลังกางออก
“สุนัขเทวะสะบัดหาง โฮ่ง!”
ต้าไป๋บิดตัวในช่วงเวลาคับขัน กรงเล็บปราณทลายฟ้ารายล้อมด้วยใบมีดลมหมาป่าสวรรค์ วาดลำแสงสีเงินรูปจันทร์เสี้ยวตัดศีรษะของสิงโต
เสียงแผดร้องของโลหะดังก้องทั้งห้อง ชั่ววินาทีที่เกิดประกายไฟ สิงโตยังค้างอยู่ในท่ากระโจน ศีรษะลอยขึ้นฟ้าพร้อมกับกระแสไฟแปลบปลาบ
“สวย!” อันหลินเห็นท่าตอบโต้ท่านี้ของต้าไป๋ ก็อดปรบมือชื่นชมไม่ได้
ต้าไป๋เช็ดเลือดที่มุมปากทิ้งแล้วยิ้มบางๆ “เป็นราชสีห์แล้วอย่างไร สุดท้ายก็สยบใต้กรงเล็บของสุนัขอย่างข้าอยู่ดี โฮ่ง!”
“วางมาดเท่ได้เยี่ยมเลย!” อันหลินปรบมือต่อ
“ยินดีด้วย ผ่านการทดสอบจักรกลแล้ว ขอให้พวกเจ้ารีบไสหัวไปด่านต่อไปให้ไว เลิกเก๊กได้แล้ว”
เสียงเย็นชาของไป๋หลิงดังขึ้นในห้อง คล้ายว่าจะเจือความขุ่นเคืองอยู่ด้วย
อันหลินคิดว่าเป็นเพราะตนปล่อยต๋าอีกับต๋าเอ้อร์ออกมา ยั่วโมโหร่างจำแลงศูนย์กลางคนนี้ จึงคร้านจะใส่ใจนาง หลังให้ต้าไป๋กินยาบำรุงเลือดลม พักผ่อนครู่หนึ่งแล้วจึงออกเดินทางต่อ
ลอดผ่านประตู พวกเขามาถึงมิติที่มืดมนแห่งหนึ่ง
มันเป็นความมืดมิดที่ยื่นมือ