ีแต่ต้องเดินหน้า ถอยหลังไม่ได้ แน่นอนว่า ยามเจ้าเข้าไปแล้วตกใจจนเดินไม่ไหว วิงวอนร้องขอให้ข้าปล่อยเจ้าออกไป เห็นแก่มิตรภาพในอดีตของเรา ข้าจะปล่อยเจ้าไปเป็นสิทธิพิเศษ เข้าใจไหม” ไป๋หลิงขยิบตาใส่อันหลินทีหนึ่ง กล่าวด้วยรอยยิ้มที่หยาดเยิ้ม
อันหลินยิ้มบางๆ “เหอะๆ ในพจนานุกรมของข้าไม่เคยมีคำว่าถอยและขอร้อง!”
นอกจากว่าสาหัสปางตายจริงๆ เขาพูดต่อในใจ
“งั้นก็ดี ขอให้เจ้าโชคดี” ไป๋หลิงกลายเป็นแสงสีขาวระยิบระยับ หายไปจากที่เดิม
อันหลินมองไป๋หลิงที่เลือนหายไปแล้วหันมองแผนผังค่ายกลที่สลักได้เพียงครึ่งเดียวตรงกันดั้ม แล้วกลืนน้ำลายเอื๊อก
เขายับยั้งความคิดที่อยากจะปล้นของตัวเองไว้ ก่อนจะมองต้าไป๋ “เราไปกันเถอะ ไปช่วยองค์หญิงโฉมงามกัน!”
ไป๋หลิงมองอันหลินอย่างเฉยชา พูดด้วยท่าทางเหมือนโดนหลอกว่า “องค์หญิงที่เจ้าว่า คือพี่ไป๋คนนั้นน่ะหรือ โฮ่ง!”
“เปล่า ใช่นางที่ไหน นางเป็นแม่มดที่กักขังองค์หญิงต่างหาก!” อันหลินตอบอย่างจริงจัง
เมื่อได้ยินประโยคนี้ ต้าไป๋ถึงโล่งอกไปเปราะหนึ่ง แม้หญิงชุดขาวจะงดงาม แต่แข็งกร้าวไม่เหมือนคนที่ต้องการความช่วยเหลือ ไม่เพียงเท่านั้น หญิงคนนั้นยังทำให้มันรู้สึกถึงอันตรายอี