ู่หนึ่ง โถมตัวใส่อกชิวหงอย่างสั่นเทา กุมบาดแผลที่หลั่งเลือดไม่หยุด พลางพูดอย่างกระวนกระวายว่า “ท่านแม่ ท่านแม่เป็นอะไรไป…ไม่เป็นไรใช่ไหม”
ครืน
มิติสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีดำปกคลุมสองคนบนยอดเขาในพริบตา มันเป็นมิติจองจำที่น่ากลัวที่สุด
ชิวหงแค่นยิ้ม บีบพู่ห้อยหยกที่พกติดตัวในสาบเสื้อจนแตกสลาย อุ้มหลิวเชียนฮ่วนแนบอก กลายเป็นแสงกะพริบแปลบปลาบ
สัตว์ประหลาดสองหัวชะงัก จากนั้นก็หันมองโครงกระดูกที่อยู่ข้างกายอย่างละอายใจ “นางมีหยกเร้นจิต…”
โครงกระดูกสีดำใบหน้าเรียบเฉย “ไม่เป็นไร ชิวหงตายไปแล้ว ส่วนกระบี่ที่หลอมในเหมืองวิญญาณเหมันต์นั่น สักวันข้าจะทวงคืนมา”
สำนักกระบี่
หลิวหมิงเซวียนมองหญิงสาวที่พลังชีวิตค่อยๆ สลายหายไป เนื้อตัวสั่นเทิ้มที่นอนอยู่บนพื้น
เขาคำนวณพลาดไป เขานึกว่าชิวหงมีหยกเร้นจิต ต่อให้พบเจออันตรายก็กลับมาได้อย่างปลอดภัย
ตอนแรกเขาคิดว่าการเดินทางครั้งนี้ ตนไม่ได้ออกโรงด้วยตัวเอง การเคลื่อนไหวส่วนบุคคลของชิวหงไม่อาจเป็นตัวแทนทั้งสำนักกระบี่สวรรค์ได้ เขาจะได้ค่อยๆ ญาติดีกับเผ่าพันธุ์วิญญาณ…
แต่เขาคิดไม่ถึงเลยว่า ชิวหงจะถูกพลังกฎแห่งกรรมโจมตี!
“ชิวหง ฝีมือของมันผู้ใด” ชายหนุ่มพยายามระงับโทสะ เอ่ยด้วยเสียงที่ทุ้มต่ำ
ราวกับหญิงสาวไม่ได้ยิน มือลูบเด็กหญิงที่ร้องไห้เสียงดังข้างกายอย่างอ่อนโยน กำชับเสียงแผ่วว่า “ฮ่วนฮ่วน หลังแม่จากไปแล้ว เจ้าอย่าลืมนะว่าต้องฝึกกระบี่สี่ชั่วยามทุกวัน ห้ามขี