้เกียจ แล้วก็จงจำไว้ว่า อย่าหลงระเริง เป็นคนต้องถ่อมตน รู้กาลเทศะ ไม่อวดรวย…”
หลิวหมิงเซวียนคุกเข่าตรงหน้าชิวหง พลังรักษามวลมหาศาลหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของหญิงสาว แต่ลวดลายสีดำกลับเหมือนฝังรากลึกเข้ากระดูกก็มิปาน ไม่จางหายไป
“บัดซบ! ชิวหง…เจ้าบอกข้ามาว่าเป็นฝีมือใครกันแน่!”
ชายหนุ่มกัดฟันกรอด โทสะในแววตาไม่อาจระงับได้อีกต่อไป
“ท่านพ่อ รีบช่วยท่านแม่สิ ขอร้องละ รีบช่วยนาง…” เด็กหญิงน้ำตาไหลพราก เห็นท่านแม่อ่อนแรงลงทุกทีกลับทำอะไรไม่ได้ ทำได้เพียงวิงวอนร้องขอชายหนุ่มตรงหน้า
“ฮ่วนฮ่วน…อีกอย่าง อย่าเลือกกิน คบเพื่อนให้มาก ต้องมีความสุขทุกวัน…”
แววตาของหญิงสาวเลื่อนลอยขึ้นทุกที นางไม่มีเวลาแล้ว นางเพียงอยากรีบคุยกับลูกสาวให้ได้มากที่สุด
เด็กหญิงที่สะท้อนในแววตาของชิวหงช่างน่ารักเหลือเกิน ทว่าตอนนี้กลับดูน่าเวทนายิ่งนัก นางไม่อยากจากไปจริงๆ อยากอยู่กับลูกมากกว่านี้
“ฮ่วนฮ่วน เลิกพูดพล่ามกับพ่อเจ้า…เร็ว มาให้แม่กอดที…”
“เด็กดี…”
“ลูกจงจำไว้ แม่รักเจ้า…”
ชิวหงสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ ของลูกสาว ค่อยๆ ปิดเปลือกตาลงด้วยรอยยิ้ม
เสียงระฆังไว้อาลัยดังกึกก้องไปทั่วสำนักกระบี่สวรรค์
เด็กหญิงนั่งพิงหัวเตียงเพียงลำพัง ฟังเสียงระฆังบาดหูลอดเข้ามาในโสตประสาท ดวงตาไร้แวว กอดกระบี่สีน้ำเงินแนบอก
เมื่อก่อนนางกอดแม่นอนเสมอ ตอนนี้กลับทำได้เพียงกอดกระบี่เย็นเฉียบเท่านั้น
“ท่านแม่เป็นคนสร้างเจ้า งั้นเจ้าก็ชื่อปิงห