่มีปัญหา แต่ข้าไม่กล้ารับประกันว่าอาวุธเทวะจะไม่ได้รับความเสียหาย” แหวกลมทมิฬแล้ววางอาวุธเทวะไว้ตรงนั้นเพื่อลดทอนพลังงานของลมทมิฬอย่างต่อเนื่อง เป็นความคิดสองอย่างที่แตกต่างกัน จื่อหยางจึงขอเตือนไว้ก่อน
ไม่รอให้ใครตอบ อันหลินก็กระทืบเท้า ด้านซ้ายโอบโลลิน้อย มือขวาเป็นสาวน้อยน่ารัก
“ใหญ่ขึ้นๆ ๆ…ไปเลย!”
ท่ามกลางสายตาที่จับจ้อง ก้อนอิฐสีดำมโหฬารก็พุ่งชนลมทมิฬทันใด
ชั่วขณะนั้น พลังงานที่รุนแรงอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ก็เริ่มฉีกทึ้ง
ภาพต่อมาก็คือ ก้อนอิฐสีดำหยุดนิ่งกลางลมทมิฬประหนึ่งเต่ายักษ์ ไม่กระดิกกระเดี้ย
ลมทมิฬที่มีอานุภาพน่าตะลึงค่อยๆ เบาบางลงไป ถูกลดทอนพลังงานจนเกิดช่องโหว่ขนาดใหญ่ด้วยประการละฉะนี้
“ไปกันเลย!”
พวกอันหลินจึงลอดผ่านรูโหว่นั่น รอดพ้นจากการปิดล้อมของลมทมิฬได้อย่างปลอดภัย
“โอ้โฮ ก้อนอิฐของท่านเจ้าแห่งพิษสุดยอดไปเลย ทนทานมาก!” พญางูขาวนัยน์ตาสุกใส จ้องมองอันหลินด้วยความชื่นชม โดยลืมสังเกตไปเลยว่าเอวบางคอดกิ่วของนางยังอยู่ในอ้อมแขนของอันหลิน
“แค่กๆ…” อันหลินรู้สึกแปลกๆ กับคำพูดของพญางูขาว
เขาวางเถียนหลิงหลิงกับพญางูขาวลงบนก้อนอิฐแล้วค้นหาร่องรอยของสุสานอีกครั้ง
อืม ความรู้สึกที่ได้อุ้มสาวน้อยสองคน ความจริงก็ไม่เลวเลย แต่สายตาที่จู่โจมกะทันหัน กลับทำให้เขาสะดุ้งโหยง คู่หนึ่งมาจากสวีเสี่ยวหลาน อีกคู่มาจากจักรพรรดินีปี้ฉง
จักรพรรดิจื่อหยางกลับเงียบกริบตลอดทาง ตกอยู่ในสภาวะกั