งขาในตัวเอง
“ทุกคนดูนั่นสิ ข้างหน้ามีหมอกแน่ะ!” พญางูขาวตะโกนลั่น
ทุกคนจดจ้องเบื้องหน้า ด้านหน้ามีม่านหมอกขาวโพลน ทำให้คาดเดาไม่ออกว่าสภาพการณ์เป็นอย่างไร
ในตอนนั้นเอง พวกอันหลินต่างก็จับจ้องไปที่งูมรกตตัวนั้น
จักรพรรดิจื่อหยางที่เห็นภาพนี้รู้สึกแน่นหน้าอกอีกแล้ว
สุดยอดผู้แข็งแกร่งแห่งแผ่นดินจะสูญสิ้นความน่าเกรงขามแล้วหรือ
“หมอกเป็นสภาวะของเหลวของปราณสงคราม ปราณสงครามปกคลุมหนาแน่นเช่นนี้บ่งบอกว่า ภายในม่านหมอกต้องมีของดีเป็นแน่ แน่นอนว่า อันตรายก็ไม่ทราบเช่นกัน” เสี่ยวชิงเห็นทุกคนมองนางก็เอื้อนเอ่ยช้าๆ
เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนก็มีความมั่นใจขึ้นมาทันที
“สหายจื่อหยาง รบกวนเจ้าช่วยเปิดทางด้วย” อันหลินพูดอย่างเริงร่า
มุมปากของจักรพรรดิจื่อหยางกระตุก ในใจมีคำหยาบที่อยากสบถออกมาเหลือเกิน
จักรพรรดิจื่อหยางที่มีเกาะเปลวเพลิงปกคลุมทั้งตัว พุ่งเข้าไปในม่านหมอกขาวโพลนก่อนใคร
พวกอันหลินติดตามอยู่ด้านหลัง ล้วนอยู่ในสภาพพร้อมรบ เตรียมใจมาอย่างเต็มเปี่ยม
“มีภูเขาหรือ”
แววตาของจักรพรรดิจื่อหยางสว่างวาบ ราวกับมองทะลุม่านหมอกหนาแน่นได้ เห็นเงาดำที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า
“ไม่สิ รีบหลบเร็ว!” จู่ๆ เขาก็ตะโกนลั่น
เงาดำคืบคลานเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับพลังอันน่ากลัวชวนให้หยุดหายใจ แหวกม่านหมอกด้วยความเร็วที่น่ากลัวอย่างยิ่งยวด ทุกคนตอบสนองฉับไว ขี่ศาสตราเวทหนีกระเจิดกระเจิงในบัดดล
โครม
ภูเขายาวเหยีย