ปียกชื้น นางงดงามโฉมฉาย ยามปรายตามองมีความน่ายำเกรงอันเป็นธรรมชาติเจือปนอยู่
“จักรพรรดินีปี้ฉง ข้าอยากคุยกับเจ้าเป็นการส่วนตัวนานแล้ว” เมื่อเห็นผู้มาเยือน ใบหน้าของจื่อหยางก็ฉายรอยยิ้ม รินชาเพิ่มอีกถ้วยวางลงบนโต๊ะทันที
ปี้ฉงยิ้มบางๆ จิบชาคำหนึ่งแล้วเข้าประเด็นโดยตรง “เจ้าตัดสินใจจะไปจากแผ่นดินนี้แล้วสินะ”
“ใช่แล้ว ข้าไม่เห็นทางออกในโลกใบนี้ ได้เวลาไปพัฒนาในโลกใบใหม่แล้ว” จักรพรรดิจื่อหยางพูดพลางยิ้มอย่างห่อเหี่ยว จากนั้นก็เสมองปี้ฉง “เจ้าก็จะไปจากที่นี่เหมือนกันใช่ไหม”
ปี้ฉงพยักหน้า “นายหญิงไปไหน ข้าก็ไปนั่น”
จักรพรรดิจื่อหยาง “…”
เมื่อเขาได้ยินประโยคนี้ ไม่รู้เพราะเหตุใด ไยรู้สึกถึงความละมุนละไมอันลึกซึ้ง จนบัดนี้เขายังไม่สามารถมองจักรพรรดินีผู้เย้ยปฐพีกับเสี่ยวชิงสัตว์เลี้ยงของพญางูขาวเป็นบุคคลเดียวกันได้
ปี้ฉงไม่สนใจอากัปกิริยาของจื่อหยาง พูดต่อไปว่า “น่าสนใจมากจริงๆ เพียงชั่วพริบตา สุดยอดผู้แข็งแกร่งทั้งสามของแผ่นดินก็สิ้นไปหนึ่งคน อีกสองคนไปจาก”
จักรพรรดิจื่อหยางทอดถอนใจ “ความจริงข้าอาลัยแผ่นดินนี้ ที่นี่มีวงศ์ตระกูลของข้า มีสหายของข้า… แต่ข้าไม่รู้ว่าพูดเช่นนี้จะถูกหรือไม่ พลังอย่างปราณสงคราม… อาจเป็นความผิดพลาด มันไม่สามารถทำให้พวกเราบรรลุระดับที่สูงกว่านี้ได้ เจ้ามีชีวิตร่วมหมื่นปีแล้ว คงจะรู้ดีกว่าข้า”
ปี้ฉงหัวเราะเบาๆ “นั่นสิ ข้าถือเป็นจักรพรรดิที่เก่าแก่ที่สุดในแผ่นดินนี