้แล้ว ข้าจึงรู้ดีกว่าเจ้า แต่ในเมื่อจะจากไปแล้ว ข้าก็จะขอบอกบางอย่างที่เจ้าไม่รู้กับเจ้าสักหน่อย”
“เอ๊ะ เรื่องอะไรหรือ” จักรพรรดิจื่อหยางได้ฟังก็นึกสนใจขึ้นมาทันที
นัยน์ตาสีมรกตของปี้ฉงลึกล้ำขึ้นทันตา ทอดมองแผ่นดินกว้างใหญ่ด้านนอก เอื้อนเอ่ยเสียงเบาว่า “แผ่นดินนี้กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง กัมมันต์ของปราณสงครามแข็งแกร่งขึ้นทุกวัน…”
มือขาวปลอดของนางพลิกลง อากาศในรัศมีสามลี้สลัวลงในพริบตา เมฆดำเกลือกกลิ้ง สายฟ้าคำราม ดุจดั่งพระแม่ผู้บงการทุกสรรพสิ่ง
จักรพรรดิจื่อหยางมองท่าทางประหนึ่งเทพเทวาด้วยสติที่ไม่อยู่กับร่องกับรอย
“นี่เป็นเคล็ดวิชาพายุอัสนี เมื่อหมื่นปีก่อน ข้าสำแดงเคล็ดวิชาพายุอัสนีสุดฤทธิ์ อานุภาพมีเพียงหนึ่งในสามของตอนนี้” จักรพรรดินีปี้ฉงเอ่ยอย่างเนิบนาบ “เมื่อเทียบกับเมื่อก่อน ไม่ได้แข็งแกร่งขึ้นมากมาย แต่เพราะพลังงานที่เราใช้เกิดการเปลี่ยนแปลง มันเปลี่ยนจากหยาบเป็นละเอียด เปลี่ยนจากการแตกตัวเป็นผสานกับวิถีสวรรค์ พลังปราณเป็นธาตุแท้ของจักรวาล เป็นพลังงานหนึ่งเดียวที่วิถีสวรรค์ยอมรับ แต่ปราณสงครามก็อยู่บนเส้นทางการหลุดพ้นเช่นกัน ภายใต้การนำพาของเจตจำนงบางอย่าง มันอาจจะบุกเบิกเส้นทางใหม่ก็ได้”
จักรพรรดิจื่อหยางสั่นเทา ข้อมูลนี้มันช่างน่าพรั่นพรึงเหลือเกิน
“ปราณสงครามเป็นพลังงานพื้นฐานของแผ่นดินนี้ มันจะค่อยๆ พัฒนางั้นหรือ”
“ใช่แล้ว”
“มันถูกเจตจำนงบางอย่างนำพาหรือ”
“ในควา