มคิดข้า มันเป็นเช่นนั้น”
“หึ…น่าสนใจ แต่ก็รู้สึกไม่สบายใจอยู่ดี”
ปี้ฉงยิ้มเล็กน้อย ใบหน้าเรียบเฉย “ไม่ว่าเจตจำนงนั้นจะเป็นบุคคลแบบใด ขอเพียงข้ายังเป็นข้า มันจะเป็นอะไรไป”
จักรพรรดิจื่อหยางเงียบงันอยู่ครู่ใหญ่กว่าจะผงกศีรษะ “อันนี้มีเหตุผล ต่อไปแผ่นดินนี้อาจมีบุคคลที่มีพลังยุทธ์สูงกว่าจักรพรรดิสงครามปรากฏกาย แต่ข้ารอไม่ได้แล้ว ข้าออกไปดีกว่า!”
“เอาเถอะ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าก็จะไม่พูดอะไรแล้ว” ปี้ฉงวางตำราเล่มหนึ่งลงบนโต๊ะ
จักรพรรดิจื่อหยางมองตำราเล่มนั้นแล้วเบิกตากว้าง “นี่มัน…”
เห็นอักษรตัวใหญ่เด่นหราบนหน้าปก ‘ทฤษฎีการเปลี่ยนแปลงชีวมวลของพลังงานปราณสงครามและชีวมวลของพลังปราณ’
“เหอะๆ เจ้านี่น่าจะพอมีประโยชน์กับเจ้าหลังออกไป” จักรพรรดินีปี้ฉงดันตำราให้จักรพรรดิจื่อหยางแล้วพูดว่า “เป็นองครักษ์ประจำตัวนายหญิงไป๋ คงไม่ขอมากไปหรอกใช่ไหม”
จักรพรรดิจื่อหยางชะงัก มองตำราตรงหน้าแวบหนึ่ง สุดท้ายก็กัดฟันตกปากรับคำ
เขาหยิบตำราขึ้นมาด้วยใบหน้าที่เศร้าสร้อย
ตนเป็นถึงจักรพรรดิสงครามผู้ยิ่งใหญ่ กลับต้องมาเป็นองครักษ์ให้เด็กผู้หญิงงั้นหรือ
เฮ้อ… ไยตกต่ำขึ้นทุกวันเล่า…
แต่เมื่อคิดในทางกลับกัน จักรพรรดินีปี้ฉงผู้ที่แข็งแกร่งยิ่งในแผ่นดินยังเป็นสัตว์เลี้ยงของเด็กหญิงเลย เขาเป็นองครักษ์ เหมือนจะไม่ใช่เรื่องน่าอายอะไร
ไม่นานทุกคนก็พักรักษาตัวเสร็จสิ้น
สมาชิกทุกคนในกลุ่มอันหลินพาจักรพรรดิสงครามทั้งสอง เร