ั้นจู่โจม อุณหภูมิของศูนย์กลางการระเบิดน่ากลัวที่สุด”
อันหลินหมายเลขสองยิ้มอย่างมั่นใจ “ข้าจัดการ ทุกคนไม่ต้องห่วง รอข่าวดีจากข้าได้เลย!”
จากนั้นเขาก็ขี่กระบี่ไม้เหาะเข้าไปในเขาซินจิ้ง แผ่นหลังยรรยงเด็ดเดี่ยว
สวีเสี่ยวหลานเผลอท่องกลอนออกมาว่า “วายุเอ๋ยพัดโบกเย็นเยียบ สายธาราอันหนาวเหน็บ ถึงกาลคราวผู้กล้าจากไปพลัน ดวงชีวันคงลาลับไม่กลับเอย”
หูก้วนกับเหยาหมิงซีดวงตาเป็นประกาย “ไม่คิดเลยว่าร่างแยกของพี่อันก็ยังเท่เหมือนเดิม ชอบจังเลย!”
อันหลินสะดุ้งโหยงโดยพลัน เปลี่ยนประเด็นทันที “พวกเราเว้นระยะห่างไว้หน่อยดีกว่า ตรงนี้อันตรายเกินไป”
ทุกคนต่างก็คิดว่ามีเหตุผล อาวุธสังหารระดับทำลายล้างโลกาเช่นนี้ หลบให้ไกลหน่อยก็ไม่เสียหาย
ขณะเดียวกัน ณ ตำหนักเก่าแก่หลังหนึ่งริมทะเลสาบอันงดงามของเขาซินจิ้ง
ชายวัยกลางคนหน้าตาหล่อเหลา มีจุดสีแดงกลางหน้าผากกำลังนั่งอยู่บนเบาะนั่งที่สานด้วยหญ้าศักดิ์สิทธิ์
พลันก็มีลำแสงสีขาวเส้นหนึ่งกะพริบกลางนภาประหนึ่งฝนดาวตก
ชายหนุ่มลืมตาขึ้น มือหนึ่งกดฝักกระบี่บนหน้าตักไว้ หากว่าเกิดเหตุไม่คาดฝัน กระบี่แสงนิลหนึ่งในห้าอาวุธเทวะจะออกจากฝัก เขมือบทุกสรรพสิ่งโดยไม่ปรานี
สิ่งที่ปรากฏตรงเบื้องหน้าของชายหนุ่ม เป็นชายวัยกลางคนที่รูปโฉมค่อนข้างสง่างาม สวมชุดสีม่วง
“ฮ่าๆ ๆ น้องซวีหมิง ไม่พบกันเสียนาน” ชายชุดม่วงหัวเราะร่า ทักทายชายหนุ่มตรงหน้าอย่างสนิทสนม
ชายหนุ่มเบิกตาเล็กน้อย