เอ่ยเสียงเรียบว่า “จื่อหยาง เจ้ามาทำอะไรที่นี่”
“ข้ามาชมศึกไม่ได้หรือ” ชายชุดม่วงหย่อนตัวนั่งลงอย่างไม่ยี่หระ นั่งตรงหน้าชายหนุ่มด้วยใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้ม
จักรพรรดิซวีหมิงขำเบาๆ “ชมศึกที่คาดเดาผลลัพธ์ได้ มันไม่ใช่นิสัยของเจ้านี่นา หรือ…เจ้าคิดว่าข้าจะแพ้”
“เหอะ น้องซวีหมิง นี่เจ้าพูดอะไรกัน ข้าเพียงกลัวว่าเมื่อถึงตอนนั้นเจ้าจะพลั้งมือสังหารสองคนนั้นต่างหาก” จักรพรรดิจื่อหยางรีบแย้งเป็นพัลวัน
“เอ๊ะ พวกเขาไม่สมควรตายหรือ” จักรพรรดิซวีหมิงมองชายคนตรงหน้า เสียงค่อยๆ ต่ำลง
จักรพรรดิจื่อหยางโบกมือปัดๆ เก็บสีหน้าเหลาะแหละ พูดอย่างจริงจังว่า “พวกเขาอยู่ในจักรวรรดิอ้าวซินนี่แหละ ข้าไม่เชื่อว่าข้อมูลที่ข้ารู้ เจ้าจะไม่รู้ พวกเขาอาจจะเป็นคนต่างแดน รอดย่อมมีประโยชน์กว่าตาย อีกอย่าง…เจ้าไม่อยากก้าวไปอีกขั้นหรือ”
จักรพรรดิซวีหมิงยังคงนิ่งเฉย พูดอย่างไม่สะทกสะท้านว่า “หากข้าต้องการข้อมูล ค้นจิตโดยตรงก็สิ้นเรื่อง หากไม่ใช่พวกเดียวกัน จิตใจย่อมแตกต่าง ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่พวกเขาจะกำเริบเสิบสาน ทำอะไรตามใจชอบได้ ข้าควรทำให้พวกเขารู้ว่า ใครกันแน่ที่เป็นใหญ่ที่นี่!”
จักรพรรดิจื่อหยางหวนคิดถึงบุคคลเมื่อพันปีก่อน จิตใจก็พลันเลื่อนลอยขึ้นมาชั่วขณะ สุดท้ายก็ทำได้เพียงทอดถอนใจ “เฮ้อ ตามใจเจ้า หวังว่าพลังค้นจิตของเจ้าจะไม่ล้มเหลว ล้วงข้อมูลอันเป็นประโยชน์ที่เจ้าต้องการออกมาได้…”
ในตอนนั้นเอง มีเสียงหนึ่งดังข