ก็มีเพียงหนึ่งเดียว” จักรพรรดิจื่อหยางยิ้มบางๆ ใบหน้ากลับฉายความมั่นใจอันไร้พ่ายในฐานะที่เป็นจักรพรรดิสงครามเหมือนกัน
ราชครูลังเลครู่หนึ่งแล้วเอ่ยขึ้นมาว่า “ข้าตรวจสอบข่าวคราวที่เกี่ยวข้องกับเซียนกระบี่อันหลินและนักบุญหญิงแสงจันทร์เป็นพิเศษ พบว่ามีสิ่งที่ยังไม่ได้รับการยืนยันก็คือ พลังงานที่พวกเขาใช้ ไม่ใช่ปราณสงคราม…”
จักรพรรดิจื่อหยางเบิกตากว้างทันที
ครืน
พระอาทิตย์ปรากฏกลางนภา
คลื่นร้อนระอุแผ่ซ่าน อุณหภูมิที่น่ากลัวทำให้มิติทั่วบริเวณบิดเบี้ยว ทะเลสาบกระเรียนขาวเหือดแห้ง
“จิ๊ๆ ๆ ทะเลสาบสวยงามต้องมาพินาศไปเช่นนี้…จะว่าไปหากเจ้าฉุนเฉียวครั้งหน้า ช่วยระงับอารมณ์หน่อยได้ไหม” ลู่เจ๋ออวี่หยิบหยกน้ำแข็งขึ้นมาดับร้อน และพูดพลางเช็ดเหงื่อไปด้วย
จักรพรรดิจื่อหยางไม่สนใจคำตำหนิของราชครู กลับลุกขึ้นยืน นัยน์ตาวาวโรจน์ “ไป ไปเขาซินจิ้งกัน!”
ณ จักรวรรดิทีฆชาติ ในดินแดนที่กว้างขวางผืนนี้กลับเงียบสงัดอย่างชอบกล นอกจากเผ่าพันธุ์งูระดับล่างที่โกลาหลและวิจารณ์กันเซ็งแซ่แล้ว เหล่าผู้แข็งแกร่งระดับสูงต่างก็เงียบกริบ เบื้องหลังของความสงบนี้ ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ยามบ่ายที่แสงแดดเจิดจ้า
ห้าวันที่อันหลินกับซูเฉี่ยนอวิ๋นเดินเตร่ในเมืองซินจิ้ง ได้พบเจอเซวียนหยวนเฉิงที่สวมชุดขาวพลิ้วไหว
“พี่เฉิง! ฮ่าๆ ได้ที่สุดก็ได้เจอเจ้าสักที!”
อันหลินสาวเท้าเข้าไปด้วยความดีใจแล้วกระโดดกอดทันที
“ฮ่าๆ สงครามสะ