ท้านฟ้าของสหายอันหลินกับจักรพรรดิสงคราม ข้าจะไม่มาให้กำลังใจเจ้าได้อย่างไร” เซวียนหยวนเฉิงเอ่ยเสียงอ่อนโยน ใบหน้าก็เปื้อนรอยยิ้มผ่อนคลายเช่นกัน
“โธ่ เจ้าเลิกพูดเรื่องนี้เถอะ เพื่อเรียกสมาชิกมารวมตัว กัปตันอย่างข้าเหน็ดเหนื่อยเหลือเกิน ถึงขั้นเป็นศัตรูกับทั้งแผ่นดินอย่างไม่กลัวเกรง…” อันหลินรำพันด้วยสีหน้าที่ขึงขัง
ปากของเซวียนหยวนเฉิงกระตุกยิกๆ ไม่รู้ว่าจะต่อบทสนทนาอย่างไรดี
กลับเป็นแม่นางซูเฉี่ยนอวิ๋นที่ต่อบทสนทนาอย่างยิ้มแย้มว่า “คุณธรรมสูงและความยิ่งใหญ่แลกมาด้วยความรับผิดชอบ!”
“พูดได้ดี!” อันหลินมองหญิงสาวข้างกายด้วยความชื่นชม
ซูเฉี่ยนอวิ๋นได้ยินก็ยิ้มกริ่ม ทำท่าไม่ยี่หระ
เซวียนหยวนเฉิงรู้สึกแน่นหน้าอกทันทีที่เห็น เมื่อก่อนภาพลักษณ์ของซูเฉี่ยนอวิ๋นเป็นแบบนี้หรือ
…
“โรงเตี๊ยมถงฝูเป็นจุดรวมพลของเรา แยกย้ายกันไปตามหาพรรคพวก คืนนี้มาเจอกันที่นี่ดีไหม” ภายในเหลาสุรา เซวียนหยวนเฉิงจิบน้ำเมา พูดพลางชี้โรงเตี๊ยมฝั่งตรงข้ามไปด้วย
อันหลินพยักหน้า จากนั้นก็นึกอะไรขึ้นมาได้ “พี่เฉิง เจ้าวางค่ายกลได้ไม่ใช่หรือ วางค่ายกลที่แผ่คลื่นพลังปราณโดยเฉพาะในโรงเตี๊ยมได้หรือไม่ ครอบคลุมบริเวณหนึ่ง ขอแค่พวกเขาเหยียบย่างเข้าสู่บริเวณนั้น ก็ตามหาต้นตอจนมาเจอโรงเตี๊ยม”
ดวงตาของเซวียนหยวนเฉิงเป็นประกาย “วิธีนี้ยอดไปเลย! ชาวแผ่นดินปราณสงครามไม่ได้ฝึกปราณ จะสัมผัสคลื่นพลังปราณไม่ได้ ใช้ค่ายกลนี้ระดมพลอำพรางไ