ด้ดียิ่งนัก!”
พูดปุ๊บทำปั๊บ อันหลินปรี่ไปเปิดห้องที่โรงเตี้ยมถงฝูทันที จากนั้นก็คอยมองเซวียนหยวนเฉิงวางค่ายกล
ฝีมือการวางค่ายกลของอันหลินกับซูเฉี่ยนอวิ๋นต่ำ ทำได้แค่ยืนแทะเมล็ดทานตะวัน
วางค่ายกลเสร็จสิ้น พลังปราณซัดสาดสิบลี้
แน่นอนว่าเมืองซินจิ้งใหญ่มาก พื้นที่ที่มีรัศมีสิบลี้ไม่มีทางครอบคลุมทั้งเมืองได้
อันหลิน ซูเฉี่ยนอวิ๋น และเซวียนหยวนเฉิงเริ่มแยกย้ายกันไปคนละทิศทางเพื่อค้นหาร่องรอยของสมาชิกคนอื่น
จนกระทั่งสองวันก่อนเปิดศึก พวกเขาก็เจอหูก้วนกับเหยาหมิงซี ส่วนสวีเสี่ยวหลานเป็นฝ่ายตามคลื่นพลังปราณมาจนเจอโรงเตี๊ยมถงฝู
สรุปแล้ว กลุ่มสิบคนระดมพลได้หกคน ยังมีอีกสี่คนที่ไร้วี่แวว
อันหลินไม่ห่วงหลิงเชียนฮ่วนกับถังซีเหมิน ขอแค่ไม่ขาดสติไปรบกับจักรพรรดิสงคราม ไม่มีใครต่อกรกับพวกเขาได้ แต่เถียนหลิงหลิงกับพญางูขาวไม่มีข่าวคราว กลับทำให้อันหลินเป็นห่วงไม่น้อยเลย
ตามหลักแล้ว เขาสร้างเรื่องราวใหญ่โตขนาดนี้ ขอแค่สี่คนนั้นอยู่บนโลกใบเดียวกันกับเขา ต้องรู้เป็นแน่ว่าเขาอยู่เมืองซินจิ้ง แต่ตอนนี้พวกเขาหาทั่วเมืองซินจิ้งแล้วก็ยังไม่พบ มันน่าแปลกเหลือเกิน
อันหลินระงับความสนเท่ห์ในใจ พวกเขารวมตัวกันที่โรงเตี๊ยม หารือเรื่องรบกับจักรพรรดิสงคราม
นัยน์ตาของเหยาหมิงซีวาวโรจน์ โพล่งขึ้นก่อนใครว่า “พี่อัน ข้าว่านะ สงครามในอีกสองวันข้างหน้า ท่านสู้กับจักรพรรดิซวีหมิงอย่างองอาจผ่าเผย เหยียบย่ำจักรพรรดิสงครามด