จื่อหยางแห่งจักรวรรดิรุ้งอุดรก็มีเพลิงเทวะชนิดหนึ่งเหมือนกัน ชนิดอื่นข้าไม่รู้แล้ว!”
อันหลินทำหน้าผิดหวัง “เรื่องนี้ข้ารู้ตั้งนานแล้ว”
เย่ฉงซานเห็นอากัปกิริยาอันเฉยชาบนใบหน้าอันหลิน ขณะที่กำลังจะเอ่ยปากวิงวอน ก็เห็นลำแสงสีดำกะพริบผ่านไป
เย่ฉงซานที่ถูกเพลิงมารดาราแว้งกัดจนเจ็บสาหัสแต่ต้น จะต้านทานกระบี่ที่พุ่งมาโดยไม่ทันตั้งตัวได้อย่างไร
ฉัวะ เลือดสาดเต็มพื้น ปรมาจารย์เย่ฉงเทียนแห่งหอเด็ดดาววายชนม์เสียแล้ว
อันหลินเก็บกระบี่แล้วหันหลังมองหญิงสาวที่ทำหน้าตะลึงอยู่ข้างๆ พูดเสียงนุ่มด้วยรอยยิ้มว่า “ไปกันเถอะ เราไปสถานีต่อไป”
ซูเฉี่ยนอวิ๋นกะพริบดวงตาคู่งามปริบๆ อดถามไม่ได้อยู่ดีว่า “เจ้า…เจ้ากินไฟไปมากมายปานนี้ ท้อนไม่ร้อนหรือ”
อันหลินยิ้มกริ่ม “ไม่ร้อน สบายมาก!”
“อ้อ…” ซูเฉี่ยนอวิ๋นพยักหน้าอย่างงุนงง ไม่ซักไซ้อีก ขี่กงจักรแสงจันทร์ มุ่งหน้าสู่สถานที่ต่อไปกับอันหลิน
ศิษย์หอเด็ดดาวที่รอดชีวิตมองสองร่างที่เหาะขึ้นฟ้าอึ้งๆ บางสิ่งบางอย่างในใจเริ่มพังทลาย
ร่องลึกดำทะมึนหลายทางบนขุนเขา ตำหนักและหอที่แตกทลาย ศพที่ไร้ลมหายใจ…
แม้แต่มังกรเพลิงม่วงที่แผดเผาสรรพสิ่งซึ่งก่อตัวจากเพลิงมารดาราหนึ่งในสี่เพลิงเทวะที่ปรมาจารย์เซ่นสรวง ก็ต่อกรกับสองคนนั้นไม่ได้…หอเด็ดดาวของพวกเขาพินาศสิ้นแล้ว
เซียนกระบี่อันหลินกับนักบุญหญิงแสงจันทร์บุกหอเด็ดดาว ประมุขหลิงเซียงเล่อและปรมาจารย์เย่ฉงซานรบจนตัวตาย
เพลิงมารดา