เด็ดดาว ต่างก็อยู่ในระดับอริยะสงคราม
พวกเขาเป็นสุดยอดผู้แข็งแกร่งที่มีชื่อของแผ่นดิน และเป็นเพราะเหตุนี้เอง ทุกการกระทำของหอเด็ดดาว ขอเพียงไม่เกินกว่าเหตุมากนัก แม้แต่จักรพรรดิสงครามก็หลับตาข้างหนึ่งเช่นกัน
ท่ามกลางขุนเขาที่เลือนราง มีราชวังและหอที่ตกแต่งหรูหราตั้งเรียงราย
บนยอดเขาที่สูงที่สุด มีหอที่ส่องแสงสีม่วงอยู่หลังหนึ่ง งดงามตระการตา ไม่เหมือนทั่วไป
มันเป็นหอหลักของหอเด็ดดาว เป็นศูนย์กลางของสำนักนี้
“เพลิงมารดาราเป็นอย่างไรบ้างแล้ว”
ชายหนุ่มที่รูปโฉมงดงาม เสียงใสกังวานเหมือนเด็กยืนมือไพล่หลัง กำลังเยื้องย่างในหอหลักเอ่ยถามขึ้นมา
ชายชราสวมชุดคลุมสีม่วงค้อมตัวตอบกลับว่า “ท่านประมุข เพลิงมารดารายังมีความต่อต้านอย่างรุนแรง ค่ายกลกำราบพลังวิญญาณที่เราใช้ ไม่อาจทำให้มันยอมจำนนได้”
ชายรูปงามคนนั้นคือ หลิงเซียงเล่อ ประมุขแห่งหอเด็ดดาว
ดวงตาเรียวยาวของหลิงเซียงเล่อหรี่ลงเล็กน้อย “มันไม่ยอมจำนนไม่ได้หมายความว่าวิธีการของเราไม่ถูก แต่เป็นเพราะพลังไม่พอ! ไปหามาอีกสองแสนชีวิต!”
ชายชราชุดม่วงสะดุ้ง สุดท้ายก็ทำได้เพียงโค้งตัวก้มหัว “ขอรับท่านประมุข!”
ท่าทางจะต้องไปจับคนตามเมืองตามชนบทแล้ว ครั้งนี้จะอ้างเหตุผลอะไรดี
อสุรกายบุกรุก หรือภัยพิบัติทางธรรมชาติ
ขณะที่ชายชราชุดม่วงกำลังใคร่ครวญเรื่องนี้ จู่ๆ พื้นก็สั่นสะเทือน ต่อมาก็เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
ตูม
หอเด็ดดาวเริ่มโกลาหล เสียงแตรบอกสัญญ