ขณะที่อันหลินกับซูเฉี่ยนอวิ๋นกอดกันด้วยความตื้นตัน ต้วนเทียนอวี่ก็ตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้นด้วยท่าทีปานเห็นผี
เนื้อตัวของเขาดำเกรียม โอนไปเอนมา ลืมตาที่ขุ่นมัวขึ้น กลับเห็นว่ามีคนกำลังพลอดรักกันอยู่ เลือดจึงพุ่งออกจากปากอีกครั้ง
“ต้วนเทียนอวี่ บัดซบเอ๊ย เจ้าบ้าไปแล้วหรือไง!” ต่งเทียนนอนแอ้งแม้งบนพื้น พูดพลางกัดฟันกร่อด
“เหอะ…เจ้าอยากตายก็ตายไปคนเดียว พาข้ามาตายด้วยหมายความว่าอย่างไร” ข่งหลิงลุกขึ้นนั่ง กลับพบว่าเลือดลมติดขัด จากนั้นก็กระอักเลือดออกมา
ติงม่าวไม่พูดไม่จา เนื้อตัวดำเมี่ยม นิ่งไม่ไหวติง
ไม่ใช่เพราะโมโห แต่เพราะสิ้นลมหายใจไปแล้ว
ต้วนเทียนหวานอมขมกลืน ทั้งๆ ที่เขาชักนำมังกรสี่ตัวไปหาหญิงสาวคนนั้นแท้ๆ จู่ๆ มังกรอัสนีก็เสียการควบคุมเบนทิศทาง เรื่องประหลาดแบบนี้ เขาจะไปบอกใครได้
แต่เขาไม่โง่ เขารู้ว่าชายหนุ่มที่โผล่มากะทันหันคนนั้น เป็นไปได้สูงว่าจะเป็นผู้ร้ายในคดีนี้
“ทำไม เมื่อครู่เจ้าเก่งมากไม่ใช่หรือ ทำไมไม่ดุแล้วล่ะ”
อันหลินเดินไปหาต้วนเทียนอวี่ เอ่ยถามด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
มุมปากของต้วนเทียนอวี่กระตุกยิกๆ พูดเสียงทุ้มว่า “พวกเจ้าเป็นใคร ข้ารับบัญชาจากจักรพรรดิสงครามซวีหมิง เดินทางมาจับฆาตกรที่ลอบสังหารในแคว้นต้าโจว หากเจ้าคิดจะทำอะไรข้า เท่ากับเป็นปรปักษ์กับจักรวรรดิอ้าวซิน!”
“เหอะๆ มีแค่เจ้าแคว้นของพวกเจ้าเกิดราคะได้ ไม่อนุญาตให้อิสตรีป้องกันตัวงั้นหรือ”
“เป็นโลกที่ย