ึดกำลังเป็นใหญ่ ข้าเข้าใจความหมายของพวกเจ้า…ข้าจะไม่พูดให้มากความ จะไว้ชีวิตเจ้า ฝากไปบอกจักรพรรดิสงครามซวีหมิงด้วย บอกว่า…ข้าไม่สนว่าจะเป็นจักรวรรดิอ้าวลี่หรือจักรวรรดิอ้าวซิน หากข้าเซียนกระบี่อันหลินไม่พอใจ ข้าจะทำลายรังจักรวรรดิของพวกเจ้าให้สิ้นซาก!” อันหลินพูดอย่างเย้ยหยัน
“เจ้า…สามหาว!” ต้วนเทียนอวี่ถลึงตามองเขม็ง ไม่คิดว่าจะมีคนอาจหาญกล่าววาจาล่วงเกินจักรพรรดิสงครามซวีหมิง เขากำมือแน่นทันที
ทว่าเขายังไม่ทันได้ระเบิดโทสะ ก็ถูกอันหลินเตะกระเด็น
อันหลินเดินไปหยุดตรงหน้าต่งเทียน
ต่งเทียนมองเขาอย่างเคียดแค้น “เรื่องนี้พวกเราจะไม่ยอมจบเท่านี้แน่!”
“อืม” อันหลินพยักหน้าอย่างเฉยชา ตวัดกระบี่ฟันต่งเทียน
ต่งเทียนเบิกตาโพลง สีหน้าหวาดผวา ไม่คิดว่าอันหลินจะฆ่าตนอย่างเด็ดขาดเช่นนี้
“เจ้ากล้าฆ่าเขา!” ต้วนเทียนอวี่แผดเสียงอย่างโกรธเกรี้ยว
“ข้าจะไว้ชีวิตแค่เจ้าคนเดียว คำไหนคำนั้น” อันหลินตอบเสียงเรียบ จากนั้นเดินไปหาข่งหลิง
ร่างอรชรของข่งหลิงตกใจกลัวจนสั่นเทา พยายามฝืนยิ้มหยาดเยิ้มออกมา “เซียนกระบี่อันหลิน ข่งหลิงยอมเป็นทาสรับใช้ของท่าน เป็นวัวเป็นควายก็ได้ ท่านได้โปรดไว้ชีวิตกระจ้อยร่อยของข้าด้วยเถิด…”
อันหลินจ้องใบหน้าที่ถูกฟ้าผ่าจนดำเมี่ยม ส่งยิ้มงดงามให้ มันช่างขัดหูขัดตายิ่งนัก “ข้าปฏิเสธ”
ลำแสงสีดำพุ่งผ่านไป ข่งหลิงสิ้นชีพ
จากนั้นเขาก็หันมองต้วนเทียนอวี่แล้วพูดว่า “ยังไม่รีบไสหัวไปส่งข