่าวอีก ระวังข้าไม่ชอบใจ เผลอฆ่าเจ้าด้วยนะ!”
ต้วนเทียนอวี่สะดุ้งโหยง ไม่กล้าเอ่ยปากโต้แย้ง ทำได้เพียงหันหลังจากไปด้วยความเจ็บใจ
ทุกอย่างสิ้นสุดลงแล้ว
อันหลินเก็บกระบี่พิชิตมารใส่แหวนมิติ พรูลมหายใจออกมายาวเหยียด
ซูเฉี่ยนอวิ๋นย่างฝีเท้าไปหาอันหลินอย่างแช่มช้อย นัยน์ตาสีน้ำเงินเปล่งประกาย ถามอย่างฉงนใจว่า “เมื่อครู่พวกเจ้าคุยอะไรกันหรือ ทำไมถึงปล่อยชายคนนั้นไปล่ะ”
อันหลินยิ้มน้อยๆ บอกเล่าบทสนทนาของพวกเขาให้ซูเฉี่ยนอวิ๋นฟัง ถือโอกาสเปิดโลกทัศน์ให้นางด้วย
ซูเฉี่ยนอวิ๋นเบิกตากว้าง “อ๋า พูดแบบนี้ เท่ากับว่าเจ้าประกาศสงครามกับผู้ที่แข็งแกร่งสุดในแผ่นดินผืนนี้น่ะสิ ไยต้องทำเช่นนี้ด้วยเล่า!”
อันหลินลูบหัวหญิงสาวข้างกาย กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “เพราะข้าได้เจอเจ้าแล้ว คิดว่าสมาชิกคนอื่นๆ ก็คงอยู่ในโลกใบนี้ด้วย ข้าอยากโด่งดัง! หากเรื่องนี้แพร่กระจายออกไป ข้าต้องมีชื่อกระฉ่อนแน่นอน…”
ซูเฉี่ยนอวิ๋นกระจ่างแจ้งแล้ว พูดอย่างแปลกใจว่า “อ๋า สหายอันหลินฉลาดจริงเชียว!”
อันหลินเห็นรอยยิ้มงดงามมีเสน่ห์ ลักยิ้มจางๆ ข้างแก้มของหญิงสาว ก็เคลิบเคลิ้มโดยไม่รู้ตัว คิดในใจว่าทำไมหญิงคนนี้ถึงได้สวยขนาดนี้กันนะ
ส่วนวิธีการที่ว่านั้น เป็นลูกไม้เก่าๆ ทั้งนั้น เพียงแค่แปลงขอบเขตของแผนการให้เป็นทั้งแผ่นดินเท่านั้น เพื่อใช้สิ่งนี้เป็นสัญญาณ หวังว่าสมาชิกคนอื่นจะรับรู้ถึงการมีอยู่ของเขา
อันหลินกับซูเฉี่ยนอวิ๋นมองหาที่พักพิง