ดึกๆ ดื่นๆ หอนทำไมกัน รบกวนผู้อื่น” สวีเสี่ยวหลานหาวหวอดๆ แล้วทำสมาธิต่อ
“มันคงร้องเพราะติดสัด ไม่มีมารยาทเอาเสียเลย” ถังซีเหมินก็เอ่ยเสียงจริงจังเช่นกัน
เถียนหลิงหลิง “…ทำไมทุกคนนิ่งขนาดนี้ล่ะ พลังที่ยิ่งใหญ่ปานนี้ หมาป่าตัวนั้นคงจะบรรลุระดับแปลงจิตแล้วละ”
เซวียนหยวนเฉิงยิ้มอ่อนโยน “น้องเถียน หมาป่านั่นทำให้เจ้าตกใจหรือ ข้าไปฆ่ามันดีไหม”
“ช่างเถอะพี่เฉิง โลลิน้อยขี้กลัว แค่งูตัวเดียวยังทำนางตกใจได้เลย ฆ่าไม่หมดหรอก” อันหลินโบกมือปัดๆ ห้ามปรามว่า “ปัญหายิ่งน้อยยิ่งดี”
เถียนหลิงหลิงเดือดดาล ใบหน้าน่ารักจิ้มลิ้มแดงก่ำ กลับไม่รู้จะโต้แย้งอย่างไร ครู่ใหญ่กว่าจะพูดว่า “เหลวไหล! นายเห็นฉันตกใจเพราะพญางูขาวไหม!”
อันหลิน “…”
เซวียนหยวนเฉิง “…”
ให้ตายสิ…นอกจากฉายาของพญางูขาวที่เกี่ยวข้องกับงูแล้ว มีตรงไหนที่เหมือนงูอีก!
ถ้าตกใจกลัวเพราะฉายา อย่างนั้นอย่ามีชีวิตอยู่เลย!
หลังเสียงหอนพ้นไปแล้ว ในบ่อสวรรค์ก็ไม่มีเสียงอื่นใดอีก
ทุกคนต่างก็กำลังรอคอยเงียบๆ รอการมาเยือนของเวลานั้น
ดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า แสงตะวันสีทองลอดผ่านผืนป่า ตกกระทบผิวน้ำของบ่อสวรรค์ ทำให้ริ้วคลื่นฉาบสีทองเป็นระลอกๆ
สายลมเคล้าพลังปราณเข้มข้นโชยมา ชวนให้สดชื่นกระปรี้กระเปร่า
วันนี้ อากัปกิริยาของพวกอันหลินต่างก็แปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม
เพราะเวลาที่สรวงสวรรค์คาดการณ์ว่าสุสานโส่วหยางจะเปิด เป็นเวลานี้นี่แหละ
เมฆบนท้องนภาเริ่มเคล