ต้าไป๋ถูกอันหลินซัดจนเป็นหมาตาย
ภายใต้การวิงวอนร้องขอนับครั้งไม่ถ้วนของมัน ในที่สุดความคิดที่อยากจับมันกินของอันหลินก็หายไป
ทุกคนเห็นอันหลินกระปรี้กระเปร่าปานนี้ต่างก็โล่งใจ ใบหน้าฉายความปลื้มใจ
จัดการต้าไป๋ให้อยู่ในสภาพนี้ได้ ดูท่าทางอันหลินจะแข็งแรงมีชีวิตชีวาแล้ว!
ด้วยเหตุนี้มื้อค่ำของทุกคนจึงเปลี่ยนจากกินเนื้อสุนัขเป็นเนื้อวัว แถมยังจัดปิ้งย่างกลางแจ้งบนยอดเขายามราตรีอีกด้วย ทุกคนต่างก็สนุกสนานกันอย่างยิ่ง
รุ่งเช้าวันต่อมา เป็นวันที่สมาชิกทีมจะไปรวมตัวกันที่เขาฉางไป๋
ต้าไป๋ไม่มีป้ายหยก อันหลินจึงสั่งให้มันอยู่เฝ้าประตูเขาเป่ยอู้
ก่อนออกเดินทาง อันหลินยังโทรหาหลิวเชียนฮ่วน ถังซีเหมิน หูก้วน เหยาหมิงซี เถียนหลิงหลิงและพญางูขาว เตือนให้พวกเขามารวมตัวกันที่บ่อสวรรค์
จากนั้นเขาก็ขี่ก้อนอิฐลอยขึ้น มุ่งหน้าสู่เขาฉางไป๋พร้อมกับพวกสวีเสี่ยวหลาน
ณ เทือกเขาฉางไป๋
มนุษย์ที่สวมชุดคลุมสีแดงบดบังรูปร่างหน้าตากำลังโลดแล่นในผืนป่า
จู่ๆ ก็มีมนุษย์ชุดแดงคนหนึ่งหยุดฝีเท้าโดยพลัน
“ท่านดุค เป็นอะไรไป” หญิงชุดแดงอีกคนเอ่ยถาม
“มีหมาป่า” ชายที่ชื่อดุคกางแขนหนึ่งข้าง หอกโลหิตด้ามหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในมือ
พลังปราณฟ้าดินถูกหอกโลหิตชักนำ แมกไม้ก็พลันเปี่ยมด้วยความเย็นยะเยือกคาวเลือดขึ้นมา
ขณะเดียวกัน กลิ่นอายแห่งความอันตรายก็เริ่มคืบคลานเข้ามาหาทั้งสามที่เป็นศูนย์กลางจากทุกสารทิศ เงาดำทะมึนก่อตัวรอบกาย ทุกเงาล