้วนแฝงด้วยกลิ่นอายที่ยิ่งใหญ่อย่างยิ่ง
“เผ่าพันธุ์ผีดูดเลือดที่โสมม ไสหัวออกไปจากเทือกเขาแห่งนี้!” เสียงที่ทรงพลังดังขึ้น
หมาป่าตัวเขื่องขนาดสามจั้งตัวหนึ่งปรากฏตัวกลางฝูงหมาป่า นัยน์ตาสีทองจ้องทั้งสามที่ถูกล้อมเขม็ง ประดุจอสูรบรรพกาล เต็มไปด้วยความน่ายำเกรง
“เผ่าหมาป่าอนธการ ข้าจำได้ว่าถิ่นของพวกเจ้าคือธารน้ำแข็งไซบีเรียไม่ใช่หรือ มีสิทธิ์อะไรมาสั่งให้พวกข้าออกไป” ดุคเอ่ยด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย
“ฮ่าๆ ๆ เทือกเขาฉางไป๋เป็นส่วนหนึ่งของเผ่าหมาป่าอนธการมาแต่โบราณ อย่ามาพูดพล่ามกับข้า ให้เวลาพวกเจ้าสิบวินาที จะไปหรือตาย!” จ่าฝูงแสยะยิ้ม
ดุค “…”
เขาลูบชุดคลุมสีแดงเล็กน้อย “ท่าทางจะคุยกันไม่รู้เรื่องแล้ว”
ครืน คลื่นโลหิตมหาศาลที่แฝงกลิ่นอายกัดกร่อนเสื่อมโทรมแผ่กระจายไปทั่วทุกหัวระแหงทันใด ทุกแห่งหนที่มันผ่านพืชพรรณแห้งเหี่ยว แผ่นดินรกร้าง
“หึๆ…วันนี้ข้าจะกินพวกเจ้าเป็นยาบำรุงสักหน่อย!”
จ่าฝูงยิ้มชั่วร้าย บาเรียสายลมสีดำปกคลุมทั่วร่าง กรงเล็บสีนิลแหวกคลื่นโลหิต ปะทะกับหอกโลหิตของดุค
ตูม การปะทะอย่างแรงก่อเกิดพายุหมุน ทำให้ต้นไม้ในรัศมีร้อยจั้งเอนราบไปกับผิวดิน
สุดท้ายศึกสะท้านฟ้าครั้งนี้ก็ปะทุกลางพงไพรที่ห่างไกลไร้ผู้คน
ขณะเดียวกัน นินจาและองเมียวจิจากแดนอาทิตย์อุทัย นักรบกลายพันธุ์จากพญาอินทรี เผ่านักเวทที่ปลีกวิเวกต่างก็พากันลักลอบเข้ามาในเทือกเขาฉางไป๋ แอบจับตาดูอัญมณีแห่งเทือกเขาฉางไป๋แล