ี่นิ่งค้างของอันหลินอย่างซุกซน จากนั้นเดินไปพูดคุยสัพเพเหระ เล่นหมากรุก จิบชาที่ศาลา
“สหายเสี่ยวหลาน ไยเจ้านอนนานปานนี้เล่า” ซูเฉี่ยนอวิ๋นคล้องแขนสวีเสี่ยวหลานแล้วถามอย่างแปลกใจ
“อ้อ…ช่วงเวลาที่ผ่อนคลายเช่นนี้ ต้องนอนตื่นสายสักหน่อยสิ” สวีเสี่ยวหลานหาวหวอดๆ ตอบอย่างยิ้มแย้ม
ซูเฉี่ยนอวิ๋นเชิดใบหน้าเกลี้ยงเกลา บ่นกระปอดกระแปดว่า “เสี่ยวหลาน ข้าจะบอกอะไรให้นะ ต้าไป๋เป็นสุนัขลามก เจ้าต้องอยู่ให้ห่างจากมัน”
“โฮ่ง! ซูเฉี่ยนอวิ๋นใส่ร้ายข้าเช่นนี้ได้อย่างไร!” ต้าไป๋ไม่พอใจขึ้นมาทันที พูดอย่างเต็มปากว่า “ทุกอย่างที่ข้าทำเมื่อเช้านี้ ล้วนเป็นสิ่งที่พี่อันกำชับให้ข้าทำก่อนจะแข็งตัว!”
อันหลิน “…”
จะนึ่งต้าไป๋ดี หรือว่าตุ๋นน้ำแดงดีล่ะ
ซูเฉี่ยนอวิ๋นถลึงดวงตาสีน้ำเงินจนโต พูดอย่างตกใจระคนสงสัยว่า “จริงหรือ”
“แน่นอนสิ! เจ้าคิดว่าข้าเป็นสุนัขพรรค์นั้นหรือ” ต้าไป๋ตอบเป็นจริงเป็นจัง
“เช้านี้ต้าไป๋ทำอะไรหรือ” สวีเสี่ยวหลานถามด้วยความอยากรู้
“คือว่า…” ใบหน้าเนียนนุ่มของซูเฉี่ยนอวิ๋นขึ้นสี กระดากใจที่จะเอื้อนเอ่ย
“ความจริงเป็นเรื่องที่บุรุษทำบ่อยๆ ปกติมาก เจ้าไม่ต้องรู้หรอก”
ต้าไป๋พูดอย่างขอไปที
ซูเฉี่ยนอวิ๋นอ้ำอึ้ง ไม่พูดอะไรต่อ
สวีเสี่ยวหลานได้ยินก็ไม่ซักไซ้ ทุกคนก็คุยเรื่องอื่นกันต่อไป
อันหลินจึงโล่งใจไปเปราะหนึ่ง
นับถอยหลังไปสู่ความตายของเจ้างั่งต้าไป๋ยังเหลืออีกสองวัน…
เวลาก็ยังเดินไม่หยุด
ตกกลางคื