นหลินในสภาพนี้ก็ทิ้งไม่ลง จึงอยู่ค้างที่เขาเป่ยอู้
ตกดึก ค่ายกลเมฆหมอกของเขาเป่ยอู้แยกโลกภายนอกกับที่นี่ออกจากกัน ตัดขาดความอึกทึก
ทุกอย่างช่างเงียบสงบ มีแสงดาวไม่กี่จุดแหวกม่านเมฆสาดกระทบสวนเป็นครั้งคราว
มนุษย์น้ำแข็งอันหลินหลับไม่ได้ เพราะดวงตาเบิกโพลง แถมสติสัมปชัญญะก็ชัดเจนแจ่มแจ้ง ไหนจะมีความเย็นจับขั้วหัวใจกัดกร่อนไม่หยุด เขาไม่มีทางนอนหลับได้เลย
ราตรีกาลยาวนาน แสงไฟภายในโถงปราศจากความอบอุ่น เพียงให้แสงสว่างแก่บริเวณนี้เท่านั้น
ไม่รู้ว่าเสียงฝีเท้าดังขึ้นตั้งแต่เมื่อใด
เห็นร่างที่สวมชุดสีมรกตปรากฏกายเบื้องหน้าอันหลิน เรือนคิ้วโก่ง เพ่งพิศใบหน้าของอันหลิน นัยน์ตาที่สุกใสเปี่ยมด้วยอารมณ์ที่ค่อนข้างสับสนวุ่นวาย
“ข้านอนไม่หลับ เลยมาดูเจ้า”
ผู้มาเยือนคือสวีเสี่ยวหลาน เพื่อนยากของอันหลิน
นางยกม้านั่งตัวหนึ่งมานั่งลงข้างกายอันหลิน มือข้างหนึ่งเท้าคาง ใบหน้าสะสวยเจือความกังวล
เมื่ออันหลินเห็นสวีเสี่ยวหลานก็ตื้นตันใจ เสียดายที่ขยับไม่ได้
“นี่ อันหลิน ตอนนี้เจ้าได้ยินที่ข้าพูดไหม ตอนนี้เจ้าตื่นหรือหลับอยู่กันนะ”
นางมองชายหนุ่มข้างกาย เสียงนุ่มนวลเสนาะหูดังขึ้นอีกครั้ง
อันหลินคิดในใจว่าข้าได้ยินที่เจ้าพูดอยู่แล้ว เสียดายที่ตัวข้าพูดไม่ได้
เฮ้อ สภาพแบบนี้มันทำให้เขาปวดกบาลขึ้นทุกที
น้ำแข็งอันหลินแผ่ไอเย็นอย่างต่อเนื่อง ทำให้อุณหภูมิภายในห้องโถงต่ำกว่าอุณหภูมิภายในห้องที่อยู่ห่างออกไป สวี