ู้เรื่องนี้
อย่างที่คิดไว้…ถ้าออกไปได้จะกินเนื้อหมา!
สวีเสี่ยวหลานยิ้มบางๆ ประดุจลมวสันต์เดือนสาม กล่าวเสียงนุ่มว่า
“ในฐานะเพื่อนยากของเจ้า ไม่มีโอกาสทำอะไรเพื่อเจ้าเลย”
“เจ้าชอบหาเรื่องใส่ตัวอยู่เรื่อยเลย แต่ข้ากลับไม่มีสิทธิ์ไปห้ามปรามเจ้า เพราะเจ้าย่อมมีเหตุผลที่หาเรื่องใส่ตัวสินะ ครั้งนี้แช่แข็งสักหน่อยอาจจะได้วิชาแขนงน้ำแข็งมาก็ได้”
อันหลิน “…”
ครั้งนี้เจ้าทายผิดเสียแล้ว เป็นแค่การลงโทษเท่านั้น
“แต่ว่า แม้ข้าจะห้ามเจ้าไม่ได้ แต่ในยามที่เจ้าทุกข์ทรมาน ข้าก็อยากช่วยเจ้าได้บ้าง…”
“อืม…” สวีเสี่ยวหลานกะพริบตาปริบๆ ย่นจมูกขาวผุดผ่องสวยได้รูปเล็กน้อย ราวกับกำลังเรียงร้อยคำพูด “นี่คงเป็นสิ่งที่เพื่อนยากอย่างข้ายึดมั่นกระมัง…”
อันหลินฟังถ้อยคำเหล่านี้ด้วยความอุ่นใจและปวดใจ
ในใจพร่ำรำพันว่า ‘เซียนหญิงเสี่ยวหลาน ดึกดื่นอากาศเย็น รีบกลับไปเถอะ! คุยกับมนุษย์น้ำแข็งที่ไม่รู้ว่าได้สติหรือไม่คนหนึ่งมันสนุกตรงไหน’
สุดท้ายนางก็จากไป
จากไปในยามรุ่งสาง
นางย้ายอันหลินไปวางแถวศาลาบนยอดเขาอีกครั้ง
“เจ้าตากแดดต่อไปเถอะ ข้าขอตัวไปพักผ่อนก่อน”
ใบหน้าของสวีเสี่ยวหลานซีดเซียว แต่มันกลับดูงดงามสะดุดตาภายใต้แสงอาทิตย์ยามอรุณรุ่ง
อันหลินอุทานในใจว่า อย่างน้อยๆ เขาก็เป็นผู้ชายที่ได้โต้รุ่งกับเซียนหญิงเสี่ยวหลาน
เพียงแต่ว่าสภาพของทั้งคู่ค่อนข้างแปลกพิลึก ไม่ได้หลับกันทั้งคู่ คนหนึ่งมัวแต่กระตุ้นประคำเพลิงเก้