ันตราย แต่เขารู้เบื้องหลัง มันเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะสุสานระดับเซียนสวรรค์จะเปิด เรื่องนี้ปรวนแปรมากเหลือเกิน เขาวางใจไม่ได้
“คุณลุงชุย ผมไปดูสถานการณ์ที่เขาฉางไป๋หน่อยดีกว่า เราค่อยดื่มชากันวันหลัง” อันหลินครุ่นคิด สุดท้ายก็ตัดสินใจกล่าวลา
“นี่ๆ เจ้าเด็กคนนี้…” ชุยเจ๋อยังอยากรั้งอีกสักหน่อย
แต่อันหลินกลับขี่สุนัขเหาะเข้าไปในกลีบเมฆในพริบตาประดุจสายลม อันตรธานหายไปแล้ว
“เหอะ ก็แค่ภารกิจธรรมดาไม่ใช่หรือไง ดูเขาทำท่ากังวลเข้าสิ…แต่หมิงชวนมีลูกชายที่ดีมากจริงๆ” ชุยเจ๋อพูดด้วยความอิจฉา กลับไปนั่งดื่มในศาลาเพียงลำพัง
ณ เทือกเขาฉางไป๋ ที่นี่เป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ทางวัฒนธรรมของชาวแมนจู ขณะเดียวกันก็เป็นเทือกเขาแบ่งเขตระหว่างประเทศจีนกับเกาหลีเหนืออีกด้วย
ท่ามกลางเทือกเขาสูงตระหง่านที่ทอดยาวเหยียด มีหมู่บ้านที่ตัดขาดจากโลกอยู่หมู่บ้านหนึ่ง
ชาวบ้านหลายสิบคนร้องครวญคราง พุ่งตัวใส่ผู้มาเยือนกลุ่มหนึ่งอย่างไม่กลัวตาย นัยน์ตาฉายประกายสีแดงก่ำ
แม้สีหน้าของชาวบ้านเหล่านี้จะเลื่อนลอย แต่การเคลื่อนไหวกลับคล่องแคล่วปราดเปรียว ประหนึ่งอสูรที่กระหายเลือดยิ่งนัก ซ้ำยังระเบิดพลังของกล้ามเนื้อจนถึงขีดสุดอีกด้วย แรงปะทะแบบนี้เพียงพอจะชนวัวตัวหนึ่งตายได้
แต่กลุ่มคนที่มีสมาชิกสิบห้าคนกลับไม่กลัวเกรง ดึงอาวุธออกมาพร้อมประจัญบาน
ท่ามกลางพลังปราณที่โหมซัด ทุกคนเป็นดุจยอดฝีมือสะท้านโลกา ทลายการพุ่งชนของชา