จนแม้แต่หญิงวัยกลางคนอย่างเธอก็ใจสั่นหวั่นไว ก็เป็นมิตรมากขึ้นนิดหน่อย พูดอย่างยิ้มแย้มว่า “แม่หนู ดื่มอะไรดีจ๊ะ”
ซูเฉี่ยนอวิ๋นนิ่งไปเล็กน้อย คุณน้าพูดเร็วปานนี้ นางไม่เข้าใจเลยว่าประโยคนั้นหมายความว่าอะไร
อืม เป็นไปได้สูงว่าพูดช้าก็ฟังไม่ออกเหมือนกัน
“ตำรวจ อยู่ที่ไหน” นางครุ่นคิดอยู่นาน ในที่สุดก็นึกวลีนี้ออก
“ฮะ” คุณน้าค่อนข้างงง แม่หนูคนนี้มาหาตำรวจที่ร้านชานมงั้นเหรอ
“ฉันหาตำรวจ อยู่ที่ไหน” ซูเฉี่ยนอวิ๋นอึดอัดจนใบหน้าเริ่มขึ้นสีระเรื่อ แลดูน่าทะนุถนอมเป็นพิเศษ
มุมปากคุณน้ากระตุกยิกๆ แต่ก็มีน้ำอดน้ำทนอธิบายว่า “แม่หนู หาตำรวจต้องไปที่สถานีตำรวจ สถานีตำรวจที่ใกล้ที่สุดก็ไกลจากที่นี่นิดหน่อย เหมือนจะอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือ ระยะทางราวๆ หกร้อยเมตร บอกทางคงไม่ได้ หนูใช้แผนที่นำทางเชียนตู้ในมือถือค้นหาสถานีตำรวจใกล้ฉันก็สิ้นเรื่อง ไม่อย่างนั้นก็ใช้ ‘ปังปังโดยสาร’ ไปสิ”
ซูเฉี่ยนอวิ่นกะพริบดวงตาสีน้ำเงินดุจห้วงความฝัน ทำหน้างุนงง “ฮะ”
นางฟังไม่ออกเลยสักคำ
อ้อ ไม่สิ ฟังคำว่า ‘ตำรวจ’ ออก
คุณน้าก็งงแล้วว่าแม่หนูคนนี้เป็นอะไร ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องเหรอ
ไม่นานเธอก็รู้สึกตัว มองจากภาษาและกิริยาท่าทางแล้ว อาจจะไม่เข้าใจภาษาจีนจริงๆ ก็ได้!
หรือจะเป็นชาวต่างชาติ
พบเจอชาวต่างชาติในเมืองหลวงเป็นเรื่องที่ปกติยิ่งแล้ว คุณน้ายิ้มบางๆ คิดในใจว่าแม่หนูคนนี้หาถูกคนแล้ว ภาษาอังกฤษของเธอใช้ได้ทีเดียว
ได