งวลใจว่า “เต่ายักษ์ตัวนี้แบกน้ำหนักของข้า ต้าไป๋กับเจ้าอัปลักษณ์ จะเหาะได้หรือ”
ในตอนนั้นเอง เสียงที่ราบเรียบก็ดังขึ้น “ข้าแบกได้แม้แต่ขุนเขา นับประสาอะไรกับเด็กๆ อย่างพวกเจ้า”
“เฮ้ย พูดได้เสียด้วย” ตาของอันหลินลุกวาว
เต่ายักษ์กลอกตา แสดงความไม่พอใจอย่างได้อารมณ์เหลือเกิน
อันหลินจึงไม่พูดอะไรอีก เริ่มท่องวังมังกรกับหยินอวี่
วังมังกรใหญ่โตมโหฬาร ทัศนียภาพที่น่าสนใจก็มีมากมายเช่นกัน
หยินอวี่ทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์ บอกเล่าความพิเศษของทิวทัศน์ไม่ขาดปาก อย่างเช่นภูเขาไข่มุก ป่ามังกรเขียว ทะเลสาบหยกมรกต น้ำพุเมรัยทิพย์ และทะเลปะการังสิบลี้เป็นต้น ล้วนแต่มหัศจรรย์ นับเป็นการเปิดโลกทัศน์ของอันหลิน
ระหว่างนี้ เขายังเห็นองค์ชายเจ็ดอ้าวอวิ๋นอีกด้วย เป็นชายวัยกลางคนที่สง่างามคนหนึ่ง
เมื่ออ้าวอวิ๋นทราบว่าอันหลินเป็นเพื่อนของหยินอวี่ ก็ไม่ได้ซักถามอะไรมาก เพียงแค่ทักทายอันหลินตามมารยาทอย่างสุภาพไม่กี่ประโยคแล้วปลีกตัวออกไป ให้ความรู้สึกสบายๆ และเป็นมิตร
“เห็นพวกเขายิ้มแย้มเช่นนี้ ความจริงแล้วเป็นนักแสดงขั้นเทพ” หยินอวี่เบะปากพูดเสียงเย็น
อันหลินตกใจ “เจ้าว่าพี่ใหญ่เจ้าเช่นนี้เลยหรือ”
เดิมทีหยินอวี่ไม่มีท่าทีเช่นนี้ แต่หลังประสบกับเหตุการณ์ในสนามบรรพกาลกับเรื่องของพี่เป่ยเหลียนแล้ว นางก็เข้าใจความรู้สึกระหว่างพี่น้องเหล่านี้ได้อย่างกระจ่างแจ้ง จึงไม่คาดหวังอะไรอีก
“เป็นเพราะเจ้าทั้งนั้น!” หยินอวี