่พูดอย่างขุ่นเคือง
อันหลินชะงักเมื่อได้ฟัง ไม่รู้ว่าหญิงคนนี้เกิดบ้าอะไรขึ้นมาอีก
“เป็นเพราะเสด็จพ่อด้วย มีลูกมากมายก่อยกอง เลี้ยงหมูหรือเลี้ยงมังกรกันแน่!” หยินอวี่บ่นกระปอดกระแปด
อันหลิน “…”
“องค์หญิงสิบสามโปรดระวังคำพูด” จู่ๆ เต่าชราก็โพล่งขึ้นมา
“ฮึ่ย!” ไม่รู้ว่าหยินอวี่เป็นอะไร เมื่อนึกถึงเป่ยเหลียน นัยน์ตาก็แดงก่ำ หมดอารมณ์จะท่องเที่ยวแล้ว
อันหลินเห็นดังนั้นก็รีบพูดทันทีว่า “สหายหยินอวี่ สู้เราไปหาที่อ่านตำรากันสักเดี๋ยวดีกว่า”
“ก็ได้” หยินอวี่พยักหน้า
เพียงครู่เดียว นางก็พาอันหลินมาถึงตำหนักที่ตนอาศัยอยู่
เมื่อเห็นว่ารอบข้างไร้ผู้คน อันหลินก็เริ่มกระซิบว่า “ข้ามีความลับอย่างหนึ่งจะบอกเจ้า เจ้าห้ามแพร่งพรายนะ!”
หยินอวี่เพิ่งหอบตำราเล่มหนึ่งออกมา ดวงตากลมโตสุกใสกะพริบปริบๆ มองอันหลิน นิ่งไปเล็กน้อย ไยจู่ๆ อันหลินถึงได้มีความลับจะบอกนาง
ผ่านไปหลายวินาทีกว่านางจะพยักหน้าช้าๆ
“คนที่สหายเป่ยเหลียนช่วยในเมืองริ้วคลื่นคือข้า”
“เลือดของนางคืนชีพและกลับมาบริสุทธิ์อีกครั้งภายใต้การช่วยเหลือของข้า แต่นางตัดสินใจจะไปท่องแผ่นดินบรรพกาลสักสองสามปี หวังว่าจะไม่บอกความลับที่พลังสายเลือดของนางคืนชีพกับใคร”
หยินอวี่นิ่งงัน จ้องอันหลินอย่างเหม่อลอย กำลังทำความเข้าใจคำพูดของเขา
อันหลินคือนักพรตมนุษย์ลึกลับที่นางด่าวันละสิบรอบคนนั้นเองหรือ
เลือดของพี่เป่ยเหลียนคืนชีพและกลับมาบริสุทธิ์อีกครั้ง สำเ