หยินอวี่ตอบสนองฉับไว ยกเลิกม่านแสง พาหญิงรับใช้สองคนพุ่งไปหาอันหลิน
สนามแรงโน้มถ่วงที่ทรงพลังกินเวลาแค่ช่วงสั้นๆ ตอนที่หยินอวี่วิ่งไปหยุดตรงหน้าอันหลิน สนามแรงโน้มถ่วงก็เริ่มจางหาย
ตอนนี้เป้าหมายของภูตผีมืดฟ้ามัวดินกลายเป็นทิศทางเดียว แรงกดดันของพวกอันหลินเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวในพริบตา
ภูตผีนับไม่ถ้วนถาโถมมาทางอันหลินปานลูกคลื่น
พวกมันมีกรงเล็บดำที่แหลมคม แยกเขี้ยวคมกริบ แผดเสียงโหยหวนวิเวกวังเวง ท่าทางดุร้าย ปราดเปรียวว่องไว เร็วกว่าหญิงสาวสามคนอยู่หลายขุม
หยินอวี่อยู่ในระดับแปลงจิตขั้นปลาย ก็พอมีความสามารถอยู่บ้าง แต่การใช้พลังสายฟ้าผลาญพลังปราณของนางไปมหาศาล จึงเป็นคนที่วิ่งช้าที่สุดและเป็นตัวถ่วงที่สุด
ทุกคนวิ่งออกจากแผ่นดินสีชาดได้อย่างหวุดหวิด ภูตผีเหล่านั้นลอยล่องตามแนวชายแดนแผ่นดินสีชาด ไม่ตามออกมา ราวกับว่าพื้นดินที่มีสีต่างกันเป็นเส้นแบ่งเขตของสองแดนดิน
“ฟู่ๆ ๆ…น่ากลัวมากจริงๆ…ตวัดกระบี่ไม่หยุดจนเมื่อยมือแล้ว…” อันหลินบิดแขนเล็กน้อย เหงื่อไหลไคลย้อย
เพราะกันดั้มสองตัวอยู่ในโหมดต่อสู้อย่างทรงพลัง พลังงานแทบจะเหือดแห้ง จึงกลับเข้าไปเติมพลังในแหวนมิติ
“ขอบคุณเจ้าที่ช่วยพวกเราไว้” หยินอวี่นำสาวใช้สองคนเดินมาหาอันหลิน เอ่ยขอบคุณแล้วโค้งตัว
นางผ่านการออกกำลังกายที่หนักหน่วง เส้นผมดำขลับหลายเส้นลู่ไปตามใบหน้าที่ขาวผ่องเลือดฝาดเพราะเม็ดเหงื่อ เกิดความเย้ายวนใจไปอีกแบบ
“ไม่ต้องขอบค