เป็นประกาย “พวกเจ้าดูนั่นสิ! เหนือแสงสีน้ำเงินขึ้นไปสามร้อยเมตร เหมือนจะมีของดีอยู่ตรงนั้น!”
เจ้าอัปลักษณ์กับต้าไป๋มองไป เห็นต้นไม้เล็กๆ ที่มีเปลวไฟสีแดงลุกโชนอยู่เนืองๆ…
“ต๋าอีต๋าเอ้อร์นำทาง เจ้าอัปลักษณ์กับต้าไป๋คุ้มกันข้า ฉวยจังหวะที่ฝูงภูตผีถูกแสงสีน้ำเงินดึงดูดความสนใจ เราเข้าไปถอนต้นไม้นั่นแล้วหนีทันที!” อันหลินสั่งการอย่างกระปรี้กระเปร่า
เจ้าอัปลักษณ์และต้าไป๋พยักหน้าอย่างระอาใจ คิดว่าเจ้านายของพวกมันโลภมากขึ้นทุกวัน
ในเวลาเดียวกัน ภายในม่านแสงสีน้ำเงิน
หญิงสาวรูปโฉมงดงาม สวมชุดขาวคนหนึ่งกำลังกำประคำอัสนีในมือแน่น คงสภาพค่ายกลป้องกันไว้
หญิงสาวชุดเขียวอีกสองคนอยู่ในเครื่องแบบของสาวใช้ กำลังยืนหน้าซีดอยู่ข้างหญิงสาวชุดขาว แววตาเปี่ยมด้วยความสิ้นหวัง
“ทำอย่างไรดีองค์หญิงหยินอวี่ พลังงานของค่ายกลอัสนีจะอยู่ได้เพียงสองชั่วยาม ตอนนี้จวนจะถึงเวลาแล้ว…” หญิงสาวชุดเขียวคนหนึ่งพูดด้วยเสียงที่สั่นเครือ
เมื่อค่ายกลสูญสิ้นพลัง สิ่งที่รอพวกนางอยู่คือหมื่นภูตผีฉีกร่าง มันเป็นจุดจบที่น่ากลัวยิ่งกว่าตายไปเสียอีก บางทีเมื่อสิ้นค่ายกล พวกนางอาจจะชิงปลิดชีพตัวเองก่อนก็ได้
หญิงชุดขาวกัดฟัน ทำใจดีสู้เสือ “ไม่ต้องห่วง เสด็จพี่ต้องมาช่วยพวกเราแน่นอน อดทนอีกหน่อย พวกเขาอาจจะกำลังมา”
“เขารู้ตั้งนานแล้วว่าพวกเราอยู่ที่นี่ แต่จนป่านนี้แล้วยังไม่มาช่วยอีก รักตัวกลัวตาย ไม่กล้าเข้ามาชัดๆ!” หญิงชุดเขียวพ