์
“ไม่เป็นไร เชิญท่านแม่ทัพลุกขึ้นเถอะ ข้าผ่านมาทางนี้ ไม่ชอบใจความอำมหิตของปีศาจทะเล ถึงได้ลงมือ” อันหลินประคองราชามุกดาที่กลิ้งตัวให้ลุกขึ้นแล้วพูดเสียงเคร่งขรึม
ราชามุกดาพูดอย่างนอบน้อมว่า “เช่นนั้นขอเชิญสหายมนุษย์ย้ายไปที่จวนของข้า ให้ข้าได้ปรนนิบัติทุกท่านให้ดี แสดงน้ำใจของเจ้าถิ่นหน่อย!”
อันหลินครุ่นคิด อย่างไรเสียก็ต้องรอจักรพรรดิปีศาจสีชาดมาเยือน เปลี่ยนสภาพแวดล้อมที่ดีหน่อยก็ใช่ว่าจะไม่ได้ จึงพยักหน้าตกลง
เขาขี่ต้าไป๋ไปพาตัวฉีฉีหญิงงามแห่งเมืองริ้วคลื่นมาก่อน
ฉีฉีมองพวกอันหลินด้วยความเลื่อมใส นางทอดมองการต่อสู้นอกเมืองริ้วคลื่นจากโรงเตี๊ยม ก็พอจะรู้อยู่บ้าง
ตอนที่ประตูเมืองถูกทลาย ราชันวานรสูงค้ำฟ้าตัวนั้นก็คือ วานรที่น่าเกลียดน่าชังบนหัวไหล่อันหลินไม่ใช่หรือ ทั้งๆ ที่พวกเขาดูเหมือนจะไปมุงดูเฉยๆ ไม่คิดว่าเพียงชั่วพริบตา จะกลายเป็นวีรบุรุษที่พิทักษ์เมืองริ้วคลื่น! เรื่องนี้ทำให้ฉีฉีทั้งตะลึงและนับถือชื่นชม ดวงตาที่จ้องมองอันหลินจวนจะหยาดน้ำหลั่งลงมา เสียดายที่อันหลินไม่ตอบสนองกับใบหน้าของนางเลย
ราชามุกดาเป็นแม่ทัพใหญ่แห่งเมืองริ้วคลื่น ขณะเดียวกันก็เป็นเจ้าเมืองด้วย จวนของเขามีศาลาพลับพลา ทิวทัศน์ดุจภาพวาด ซ้ำยังมีสาวใช้ที่งดงามราวบุปผา เป็นสถานที่ที่ดีที่สุดในเมือง
เนื่องด้วยอันหลินทานมื้อค่ำแล้ว พวกเขาจึงกินแค่ผลวิเศษ ดื่มสุรารสเลิศ จากนั้นชื่นชมระบำของไข่มุกหยาดเยิ้ม
ท่ว