กายที่น่าตะลึง ต้องการให้ข้ากอบกู้โลกอะไรเทือกนั้นบ้างไหม”
“ไม่ได้พูด!” ฉางเอ๋อตอบอย่างไม่สบอารมณ์ “อีกอย่าง ในเมื่อเจ้าพูดถึงค่ายาเซียนแล้วก็อย่าเบี้ยว! ข้าก็จะไม่หลอกเจ้า เก็บแค่ต้นทุน สิบสองล้านหินวิญญาณ!”
อันหลินพยักหน้าอย่างห่อเหี่ยวใจ ขณะเดียวกันก็ผิดหวัง ที่แท้ตนไม่ได้เป็นผู้พิทักษ์โลกเหรอเนี่ย…
จากนั้นความสงสัยมากมายก็ผุดขึ้นในใจเขา เขาจึงอดถามไม่ได้ว่า “ปรมาจารย์ลู่ยาคนนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร เขาเกี่ยวข้องอะไรกับข้า ทำไมเขาต้องช่วยข้าด้วย”
เมื่อเจอกับคำถามเป็นพรวน ฉางเอ๋อก็พูดอย่างหมดอารมณ์ว่า “ปรมาจารย์ลู่ยางดงามมาก ส่วนเรื่องอื่น…ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน เจ้าไปถามเขาเอาเอง”
อันหลินนิ่งไปเล็กน้อย ปรมาจารย์ลู่ยาไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของตนเสียหน่อย อยู่ไหนก็ไม่รู้ ถามบ้าอะไรกัน
ส่วนที่บอกว่าปรมาจารย์งดงามมาก เช่นนั้นคุณตาที่มอบระบบต้มตุ๋นให้เขาบนโลกมนุษย์ กับความเป็นไปได้เพียงน้อยนิดที่ไม่ควรค่าให้เอ่ยถึงก็ตัดทิ้งไปได้เลย หากเขาหน้าตาหล่อมาก เวลาที่ไปช่วยคนไม่มีทางแปลงร่างตัวเองให้เป็นตาแก่ มันเป็นการทำลายภาพลักษณ์ตัวเองไม่ใช่หรือไง
จิตใจของอันหลินค่อยๆ สงบลง ยอดฝีมือเหนือชั้นระดับนี้ ห่างไกลจากเขาเหลือเกิน ต่อให้มีที่มาที่ไป ตอนนี้ก็ไม่มีปัญญาจะค้นหาคำตอบ
จากสถานการณ์ในตอนนี้ รู้ว่ามีคนหนุนหลังที่คอยรักคอยห่วงใยตัวเองก็เพียงพอแล้ว!
หึๆ…นี่เป็นคนหนุนหลังที่มีระดับเหนือกว่าจักรพรรดิสว