ง”
อันหลินได้ฟังก็แข้งขาอ่อนแรงทันที เขานึกถึงความน่ากลัวที่ถูกสากหยกทุบจนสลบเหมือดครั้งแล้วครั้งเล่า
“โธ่! เสี่ยวเยว่เลิกก่อกวนได้แล้ว สหายอันหลินมาที่นี่เพื่อใช้หนี้!” ซูเฉี่ยนอวิ๋นยู่ปาก ดวงตาสีน้ำเงินถลึงใส่กระต่ายดวงจันทร์ แม้จะแสดงออกว่าโมโห แต่กลับดูน่ารักยิ่งนัก
กระต่ายดวงจันทร์ตาลุกวาว พูดอย่างตื่นเต้นว่า “ใช้หนี้หรือ เจ้าจะไปแดนมนุษย์อีกแล้วหรือ ขนมขบเคี้ยวของข้าจวนจะหมดพอดีเลย แครอทแห้งอร่อยเหลือเกิน เจ้าซื้อมาแปดสิบชั่งก็พอแล้ว มันฝรั่งทอดรสแครอทยี่สิบลัง เฟรนช์ฟรายส์รสแครอทสามจัน…”
“เฮ้อ…ไม่ใช่เรื่องนี้ ครั้งนี้เขาได้หินวิญญาณเป็นกอบเป็นกำ อยากจ่ายค่ายาเซียนให้พี่ฉางเอ๋อ” ซูเฉี่ยนอวิ๋นรีบชี้แจงเป็นพัลวัน
“ได้หินวิญญาณมากมายเลยหรือ” เมื่อกระต่ายดวงจันทร์ได้ยินว่าไม่ใช่ไปแดนมนุษย์ หูยาวและขาวก็ลู่ลงมา เห็นได้ชัดว่าผิดหวัง มันเงยหน้าขึ้นมองอันหลิน ยกสากหยกในมือขึ้นเล็กน้อย “ได้มากี่หินวิญญาณ”
อันหลินเห็นสากหยกในมือกระต่ายดวงจันทร์ก็หวั่นวิตก พูดตามความจริงว่า “สิบสี่ล้านแปดแสนหินวิญญาณ”
กึก
สากหยกในมือกระต่ายดวงจันทร์ตกลงพื้น ถลึงตามองอันหลิน
“สิบสี่ล้านแปดแสนหินวิญญาณหรือ เจ้า…เจ้าคิดว่าข้าโง่หรือไง จะเป็นไปได้อย่างไร!”
อันหลินจนปัญญา จึงฉายพื้นที่ภายในแหวนมิติให้กระต่ายดวงจันทร์ดู
เมื่อกระต่ายดวงจันทร์เห็นหินวิญญาณที่กองเป็นภูเขา รวมถึงหินปราณกองพะเนินแล้ว ร่างกายก็สั่น