อนเหมันต์ ฤดูที่เจ้าจากข้าไปก็เป็นฤดูเหมันต์ เรียกว่าสุสานมังกรเหมันต์แล้วกัน…”
เสิ่นอิงสร้างสุสานให้ตัวเอง ผนึกตนอยู่ในเสาเทวะ รอคอยผู้ที่มีวาสนามาสืบทอดพลังของนาง
บางครั้งก็อดพูดไม่ได้ว่า บุพเพสันนิวาสมันมหัศจรรย์มากจริงๆ
หญิงงามคนหนึ่งมาถึงสุสานมังกรแห่งนี้
นางสืบสายเลือดมังกรและพญาหงส์ นางมีสัมพันธ์ทางสายเลือดกับเสิ่นอิง นางได้รับการยอมรับจากกระบี่วิหคมังกร…
เสิ่นอิงคิดว่าหากนางกับตงฟางหมิงมีลูกละก็ รูปร่างหน้าตาคงเหมือนสวีเสี่ยวหลานเป็นแน่ ที่สุดแล้วการรอคอยหลายพันปีของนางไม่สูญเปล่า นางได้เจอคนที่น่าแปลกใจมากและทำให้นางพึงพอใจมากคนหนึ่ง
เสียงเพลงลอยไปไกล ร่างของเสิ่นอิงเริ่มเหาะไปหาเสาแสงสีขาว
ใบหน้าของนางมีน้ำตาไหลเป็นทาง แววตามองทะลุกาลเวลา ราวกับเห็นร่างที่โดดเด่นสะดุดตาปานดวงตะวัน หญิงชุดขาวเริ่มเลือนรางไปช้าๆ พลังเริ่มคลายตัว
ตำหนักสวรรค์สั่นระริก รอยร้าวปรากฏให้เห็นบนกำแพงเป็นระยะๆ
มิติของแดนพิศวงสุสานมังกรเหมันต์ก็เริ่มสั่นไหว เกิดรอยแยกประหนึ่งใยแมงมุม
พวกอันหลินตื่นจากภวังค์เสียงเพลง จ้องเสิ่นอิงที่สลายหายไป ในที่สุดก็ตระหนักได้ว่าอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้แล้ว
“พี่เสิ่นอิง!” สวีเสี่ยวหลานวิ่งพลางตะโกนเรียกเสิ่นอิง แต่ถูกอันหลินรั้งตัวไว้
“รีบไป! ถ้ายังไม่ไปต้องตายแน่!”
อันหลินลากสวีเสี่ยวหลานกระโดดขึ้นก้อนอิฐ เหาะตามต้าไป๋กับเจ้าอัปลักษณ์ไปยังทางออก
มิ่งเหล่าในตำหนักชะตา