เสิ่นอิงดีกับสวีเสี่ยวหลานขนาดนี้ ทำให้สวีเสี่ยวหลานทำตัวไม่ค่อยถูก
แม้แต่การทดสอบก็งดเว้น มอบมรดกให้นางอย่างผ่าเผยเช่นนี้ นี่มันของดีตกลงมาจากฟ้า[1]ไม่ใช่หรือ
“ไม่ต้องกังวล ข้าจะช่วยปลุกพลังสายเลือดมังกรให้เจ้าก่อน” เสิ่นอิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม อากัปกิริยาเปี่ยมด้วยความรักใคร่เอ็นดูที่ผู้อาวุโสมีต่อลูกหลาน
สวีเสี่ยวหลานพยักหน้า ปัญหาเรื่องพลังสายเลือดมังกรแม้แต่พ่อนางก็แก้ไขไม่ได้ ไม่คิดว่าวันนี้จะแก้ไขปัญหานี้ที่สุสานมังกรเหมันต์ได้ เกรงว่าคงจะเป็นบุญคุณที่ใหญ่หลวงอย่างยิ่งสำหรับนางแล้ว
นัยน์ตาของเสิ่นอิงกลายเป็นสีทอง อานุภาพมังกรอันสูงส่งแผ่ออกมาโดยไม่รู้ตัว ปานเทพเจ้าที่อยู่เหนือทุกผู้ทุกคน
มีค่ายกลสีทองขนาดใหญ่ก่อตัวบนผิวดิน แผ่คลุมทั่วผืนแผ่นดินลอยฟ้า
พลังปราณเริ่มซัดสาด อักขระสีทองนับไม่ถ้วนปรากฏให้เห็นกลางอากาศ หมุนรอบสวีเสี่ยวหลาน
เสิ่นอิงพึมพำเป็นภาษามังกร นิ้วเรียวดุจต้นหอมเคลื่อนไหว ประสานอินอย่างคล่องแคล่ว
“อานุภาพแห่งบรรพชน ทลายหมื่นต้องห้าม!”
ในที่สุดเสิ่นอิงก็พูดประโยคที่อันหลินฟังรู้เรื่อง จากนั้นนางก็ชูสองนิ้วแตะที่หว่างคิ้วของสวีเสี่ยวหลาน
ครืน! ค่ายกลทำงานอย่างรวดเร็ว อักขระมากเหลือคณานับแทรกซึมในร่างกายของสวีเสี่ยวหลานอย่างบ้าคลั่ง
สวีเสี่ยวหลานขมวดคิ้ว ครวญครางด้วยความเจ็บปวด
สิบห้านาทีต่อมา ราวกับมีอะไรบางอย่างฟื้นคืนชีพอย่างไรอย่างนั้น
กลิ่นอายของสวีเสี่ยวหลานแป