รเปลี่ยนโดยพลัน มันเป็นกลิ่นอายของราชินีผู้อยู่เหนือทุกสรรพสิ่ง
นัยน์ตาของนางกลายเป็นสีทอง ปีกของพญาหงส์กางออก มีมังกรสีเขียวห้อมล้อมเรือนร่างอรชร ขับให้นางสูงส่งเกินอาจเอื้อม
อันหลินเห็นสวีเสี่ยวหลานในสภาพแบบนี้ ก็เกือบจะศิโรราบแล้ว
นี่เป็นสวีเสี่ยวหลานเวอร์ชั่นปรับปรุงแล้ว! สะดุดตาจังเลย!
ไม่นานดวงตาของสวีเสี่ยวหลานก็กลับมาเป็นสีขาวดำสุกใสเช่นเดิม เริ่มเก็บงำกลิ่นอายแล้ว
เสิ่นอิงกลับเสียการทรงตัว ประหนึ่งว่าออกแรงมากเกินไป
สวีเสี่ยวหลานรีบเข้าไปประคองเสิ่นอิง พูดอย่างซาบซึ้งใจและกังวลว่า “ขอบคุณพี่เสิ่นอิง ท่านไม่เป็นไรใช่ไหม”
เสิ่นอิงส่ายหน้า “ไม่เป็นไร…เรามาเริ่มรับมรดกในขั้นต่อไปกันเถอะ ข้าจะมอบความรู้ การหยั่งรู้ รวมถึงพลังสายเลือดที่หลงเหลือเพียงน้อยนิดของข้าให้เจ้าทั้งหมด”
เมื่อพูดจบ นางก็ไม่สนปฏิกิริยาของสวีเสี่ยวหลาน ยกนิ้วจรดหน้าผากของสวีเสี่ยวหลานอีกครั้ง…
ครั้งนี้มรดกเรียบง่ายขึ้นมากโข รอบตัวแทบจะไม่มีคลื่นอะไรเลย
เวลาเดินผ่านไปช้าๆ อันหลินนอนฟุบอยู่บนตัวต้าไป๋ ไม่รู้ว่าควรจะทำอะไร ทำได้เพียงชื่นชมหญิงงามที่ยืนนิ่งไม่ไหวติงเงียบๆ
“นี่ ต้าไป๋ ในผู้หญิงสองคนนี้ เจ้าชอบใครมากกว่า” จู่ๆ อันหลินก็ถามขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
ต้าไป๋เพิ่งตกใจกับท่าทางของสวีเสี่ยวหลาน บัดนี้จึงตอบอย่างไม่ลังเลว่า “แน่นอนว่าต้องเป็นสวีเสี่ยวหลานสิ โฮ่ง!”
ปึก!
หัวของต้าไป๋ถูกทุบด้วยความโมโหจ