ม ข้ารู้สึกว่าเลือดทั่วตัวกำลังเดือดพล่าน ข้าจะสู้!”
สวีเสี่ยวหลานไม่คิดเลยว่าพลังแห่งไฟที่มหาศาลปานนี้ จะถูกอันหลินดูดซึมไปแล้วจริงๆ ต่อให้นางจะเตรียมตัวเตรียมใจไว้แล้ว แต่ก็ตกใจเช่นกัน
“ไป เราไปตำหนักดำกันเถอะ ข้าจะสู้!” นัยน์ตาของอันหลินลุกเป็นไฟ พูดอย่างฮึกเหิม
ต้าไป๋ “ทำไมพี่อันถึงได้เลือดร้อนเช่นนี้ ไม่เข้ากับนิสัยเลย!”
เจ้าอัปลักษณ์ “ไม่รู้เพราะเหตุใด เมื่อเห็นพี่อันเป็นเช่นนี้ ข้าฮึกเหิมขึ้นมาแล้ว!”
เสี่ยวหงหดเข้าไปในชุดของสวีเสี่ยวหลานอย่างใจเย็น “พี่เสี่ยวหลาน ข้าคิดว่านายท่านจะระเบิดอีกแล้ว ขอมาหลบอยู่ที่นี่กับท่านก่อน”
สวีเสี่ยวหลาน “…”
อันหลินไม่พูดพร่ำทำเพลง มุ่งหน้าสู่ตำหนักดำก่อนใคร
เขาเตะประตูตำหนักออก ย่างสามขุมเข้าไปอย่างดุดัน
คนเฝ้าสุสานของตำหนักดำตกใจสะดุ้งโหยง แต่ไม่นานก็สงบลง หรี่ตามองอันหลิน “ช่างเป็นจิตวิญญาณที่รุนแรงนัก จะประกาศศึกหรือ”
อันหลินจ้องผู้เฝ้าสุสานเป็นชายหนุ่มผิวขาวสะอาด รูปร่างสูงโปร่ง
บนศีรษะของชายหนุ่มมีเขามังกรประณีตคู่หนึ่ง ให้ความรู้สึกน่ายำเกรง
“มังกรหรือ” อันหลินมองชายคนนั้น ไฟในดวงตาลุกโชน “เจ้ามีของดีอะไร”
ประกายฉายวาบในดวงตาชายหนุ่ม ตบบริเวณหัวใจปุๆ “ที่นี่มีไข่มุกมังกรอัสนี ไม่กลัวตายก็เข้ามา!”
อันหลินระเบิดเสียงหัวเราะ “ตอนนี้ในตัวข้ามีพลังเต็มเปี่ยม เจ้าตายเสียเถอะ!”
สวีเสี่ยวหลาน “…”
เจ้าอัปลักษณ์ “…”
ต้าไป๋ “…เสร็จกัน พี่อันบ้าไ