นทางอีกครั้ง
“อืม ครั้งนี้เป็นตำหนักพยัคฆ์หรือ” อันหลินมองป้ายหน้าตำหนัก ในใจเดาว่าครั้งนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับมรดกของสัตว์
สวีเสี่ยวหลานยิ้ม “ก่อนหน้านี้ได้ยินเหนียนจวินเอ่ยถึงสิบสองนักษัตร ครั้งนี้คงจะเป็นตำหนักที่เกี่ยวข้องกับสิบสองนักษัตรเป็นหลัก”
ทั้งคู่ผลักประตูเข้าไปด้วยความคาดหวัง
ทว่าสิ่งที่พวกเขาคาดไม่ถึงก็คือ ภายในตำหนักว่างเปล่า ไม่มีอะไรเลย
“เอ๊ะ เสือล่ะ” อันหลินพูดเสียงแปลกใจ
เขาคิดว่าในตำหนักพยัคฆ์ น่าจะสัตว์ประหลาดอย่างเสืออะไรทำนองนั้นเฝ้าอยู่จึงจะถูก
“เฮ้อ ท่าทางมรดกจะถูกเอาไปแล้ว” สวีเสี่ยวหลานผิดหวังเล็กน้อย
ทุกคนสำรวจภายในตำหนักอย่างละเอียดถี่ถ้วนรอบหนึ่ง แต่ก็ไม่พบเจออะไรอยู่ดี
พวกเขาไม่มีทางเลือก จำต้องเดินไปยังตำหนักถัดไป
ตำหนักเถาะ ภายในก็ว่างเปล่าเช่นเดิม
ตำหนักมะโรง ตำหนักมะเส็ง ตำหนักมะเมีย…
เดินทั่วตำหนักทั้งสิบสองนักษัตร แต่ก็ว่างเปล่าทั้งหมด
สุดท้ายมีเพียงตำหนักนักษัตรที่มีรูปสลักทั้งสิบสองนักษัตรสูงครึ่งตัวคนอยู่ ดูสมจริงราวมีชีวิต ท่าทางมีราคามากทีเดียว อันหลินลองย้ายพวกมันใส่แหวนมิติ แต่ก็ล้มเหลว
“กวาดทั้งสิบสองนักษัตรไปเกลี้ยงเลย นักพรตสองกลุ่มแรกสุดยอดเกินไปแล้วกระมัง สุดยอดขนาดนี้ยังถูกตำหนักแห่งสวรรค์ล้มอีกหรือ” อันหลินลูบคาง ใบหน้าฉายความไม่เข้าใจ “หากว่าสุสานมังกรแห่งนี้ ต้องการตามหาผู้ที่มีวาสนามาสืบทอดวิชาของมันละก็ เช่นนั้นคนที่มีวาสนาในการส