ย้อยลงมาแล้ว เจ้าเคยเห็นใครนั่งสมาธิแล้วน้ำลายไหลบ้างไหม” สวีเสี่ยวหลานส่งกระแสจิตตอบ
“งั้นเราไปปลุกนางกันเถอะ” อันหลินพูดต่อ
“บุ่มบ่ามไปปลุกเช่นนี้ นางจะโมโหหรือไม่ เรื่องมรดกจะคว้าน้ำเหลวไหม” สวีเสี่ยวหลานกังวลใจ
อันหลินพยักหน้า คิดว่ามีเหตุผล เขาจึงโยนมินิป๋ายออกไป “ไปเลยต้าไป๋!”
“โฮ่ง! ไยจึงเป็นข้า!”
ต้าไป๋ที่ถูกทำร้ายจิตใจเมื่อครู่ยังไม่ทันหายดีโอดครวญ จากนั้นใบหน้าก็ชนกับใบหน้าของหญิงสาว…
ปึก!
ต้าไป๋กระแทกจนหญิงสาวถอยหลัง
สวีเสี่ยวหลาน “…”
อันหลินเบิกตากว้าง เขาคิดว่าตัวเองโยนแรงเกินไปหน่อย แต่ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ เพราะไม่คิดว่าต้าไป๋จะเบาหวิวปานนี้
“อ๊าก! ใครน่ะ”
“อ๊าก! หมา!”
หญิงชุดแดงถูกชนจนล้มลงไป ตกใจจนร้องเสียงหลง จากนั้นก็เห็นใบหน้าน่ารักน่าเอ็นดูของต้าไป๋
นางเงยหน้ามอง เมื่อเห็นอันหลินกับสวีเสี่ยวหลาน รวมถึงวานรน่าเกลียดน่าชังตัวหนึ่ง สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันใด กลิ่นอายดุดันระเบิดออกมา เป็นเหมือนกระบี่คมที่หลุดออกจากฝัก
“ผู้มีวาสนา ยินดีต้อนรับสู่ตำหนักแห่งสารท ต้องการมรดกแห่งกระบี่ของสุสานมังกรเหมันต์หรือไม่”
เสียงของนางไพเราะเสนาะหู แต่ก็แฝงด้วยความดุดันอันน่าสะพรึง ทำให้ทุกคนสะดุ้งโหยง
อันหลินลิงโลดใจเมื่อได้ยิน มรดกแห่งกระบี่หรือ
มรดกชิ้นนี้เซียนกระบี่อันหลินคนนี้เอาแน่!
เขาที่มีหกกระบี่เทพสงครามอยู่แล้ว การชิงมรดกแห่งกระบี่ของตำหนักแห่งสารทจะยากอะไร
สวีเสี่ยวหลานชิงมรดก