ไปถึงสองชิ้น อันหลินรู้สึกว่าโงหัวไม่ขึ้น บัดนี้มาถึงศาสตร์ที่เขาถนัดแล้ว ไม่โชว์ความเท่สักหน่อยคงจะรู้สึกผิดกับตัวเองแน่
“การรับมรดกแห่งกระบี่ครั้งนี้ค่อนข้างง่าย พวกเจ้าชมเพลงกระบี่ของข้า เมื่อชมเสร็จแล้วให้พวกเจ้าฟื้นฟูเพลงกระบี่ของข้า ตามความรู้ของตน ข้าจะคอยดูว่าพวกเจ้ามีสิทธิ์รับมรดกของข้าหรือไม่” หญิงสาวพูดเสียงดังลั่น
อันหลินพยักหน้าอย่างตื่นเต้น “ได้ขอรับผู้อาวุโสชิวหนี่!”
“เอ๊ะ รู้สึกข้ายังไม่ได้แนะนำชื่อของตัวเองนะ เจ้ารู้ได้อย่างไร” หญิงชุดแดงตาลุกวาว ใบหน้าฉายความแปลกใจ
อันหลินคิดในใจ จากเอกลักษณ์ของชุนหนานและเซี่ยเหนียว ขอแค่ไม่โง่ก็คาดเดาชื่อของเจ้าได้!
แต่แน่นอนว่าเขาไม่พูดแบบนี้ แต่ยิ้มกรุ้มกริ่ม “นี่คงจะเป็นพรหมลิขิตกระมัง…”
ชิวหนี่ชะงักเมื่อได้ฟัง จากนั้นก็หัวเราะ “เจ้าน่าสนใจไม่หยอก”
อันหลินดีใจ สร้างความประทับได้แล้ว
สวีเสี่ยวหลานเบะปาก ไฟโทสะสุมทรวง อันหลินแทะโลมผู้หญิงต่อหน้านาง สุดยอดจริงๆ!
ชิวหนี่เริ่มรำกระบี่แล้ว
ชุดสีแดงและเรือนร่างอ่อนช้อยร่ายรำไปตามกระบี่ ดุจผีเสื้อที่เริงระบำใต้ต้นเมเปิ้ล งดงามชดช้อย แต่ก็เจือความเข้มแข็งและดุดันด้วย
อดพูดไม่ได้ว่า อันหลินตะลึงงัน ร่ายรำได้งดงามจริงๆ!
“ฟู่…ข้ารำเสร็จแล้ว ถึงตาพวกเจ้า”
เมื่อชิวหนี่รำกระบี่เสร็จก็หายใจหอบเล็กน้อย ดวงตาสุกใสจ้องมองผู้มีวาสนาตรงหน้า
แววตาของนางหยุดอยู่ที่อันหลินนานกว่าคนอื่น คงเพราะบทสนทนา