แห่งสวรรค์ที่ชุนหนานพูดเป็นหลังไหน
เมื่อพวกเขาเข้ามา สิ่งที่เห็นไม่ใช่ตำหนักแห่งวสันต์ที่อยู่ใกล้ที่สุด แต่เป็นตำหนักที่อยู่ไกลที่สุดหลังนั้น
ตำหนักหลังนั้นแผ่รัศมีสีขาว คำว่าสวรรค์ตัวใหญ่แขวนอยู่ด้านบน เป็นสัญลักษณ์แห่งความน่าเกรงขามและเกียรติยศอันสูงส่ง ชวนให้ผู้คนใฝ่ฝันปรารถนา อยากจะวิ่งเข้าไปเยี่ยมชมและกราบไหว้ทันทีให้รู้แล้วรู้รอด
หากอันหลินไม่ยืนยันจะดำเนินการด้วยวิธีค้นหาแบบปูพรม ไม่แน่ทั้งคู่อาจจะตรงดิ่งไปที่ตำหนักแห่งสวรรค์ก็ได้
“เราทำไปตามขั้นตอนดีกว่า” อันหลินมองตำหนักแห่งสวรรค์ที่อยู่ไกลออกไปแล้วพูดอย่างหวั่นวิตก
สวีเสี่ยวหลานพยักหน้า ก้อนหินลอยฟ้ายี่สิบสามก้อนก่อตัวเป็นรูปร่างมังกรเลื้อยคดเคี้ยว ตอนนี้พวกเขาอยู่ตรงหางมังกร วังแห่งสวรรค์เป็นหัวมังกร หากสำรวจไปทีละตำหนัก มันยังอีกยาวไกล
ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงมาถึงตำหนักแห่งคิมหันต์
พวกเขาเจอวิหคไฟสีทองที่นอนแผ่บนพื้นอย่างเกียจคร้านตัวหนึ่ง
“ยินดีต้อนรับผู้มีวาสนา ข้าชื่อเซี่ยเหนียว” วิหคไฟสีทองตัวนี้เอ่ยด้วยเสียงอ่อนหวานอย่างเกียจคร้าน
พูดจบมันก็หาวหวอดๆ อย่างไม่ยี่หระ
มุมปากของอันหลินกระตุก จะว่าไปคนเฝ้าสุสานพวกนี้ ตั้งชื่อลวกๆ แบบนี้กันหมดเลยเหรอ
วิหคเพลงกวาดตามองสองมนุษย์กับสองสัตว์แล้วพูดต่อว่า “พวกเจ้าต้องการมรดกวิถีแห่งอัคคีไหม”
อันหลิน “…”
ถามตรงๆ แบบนี้เลย ต้องสู้กันสักตั้งก่อนแล้วค่อยพูดเรื่องมรดกไม่ใช่เหรอ
“ถ้าต