นี้ สหายอันหลินอย่าต่อรองเลย” ประมุขหลัวพูดยิ้มๆ
“ได้ ตกลง!”
“สหายอันหลินช่างเป็นคนที่ตรงไปตรงมานัก ต่อไปท่านก็คือพันธมิตรของหอดิ้นทองแล้ว”
…
ด้วยเหตุนี้ อันหลินจึงมีรายได้เพิ่มมาอีกหนึ่งล้านหินวิญญาณ เดินจากไปกับสวีเสี่ยวหลานอย่างสง่าผ่าเผย
เฮยมู่ หลิวหั่วและหวงสือ มองแผ่นหลังที่เป็นเหมือนผู้ประสบความสำเร็จในชีวิตเงียบๆ ด้วยสภาพจิตใจที่ย่ำแย่
ประมุขหลัวนวดขมับอย่างเจ็บปวด เขาต้องการสงบสติอารมณ์สักหน่อย จะได้ลืมผู้ชายที่ชื่ออันหลิน
องค์หญิงเหยียนเมิ่งถูกตบหน้าดังกังวานไปหลายฉาด ถูกย่ำยีอย่างรุนแรง หมดซึ่งอารมณ์จะเลือกสรรวัตถุบรรพกาล จึงจากแท่นหินไป
มีเพียงชายวัยกลางคนที่แต่งตัวหรูหราคนนั้นที่ยังยืนหยัด ทั้งหยดเลือดใส่และร้องเพลงใส่วัตถุบรรพกาล ทำทุกวิถีทาง
แน่นอนว่า ผลสุดท้ายก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย…
อันหลินออกจากหอดิ้นทองแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ บ่นอุบว่า
“เสียดายนิดหน่อยที่เอาวัตถุบรรพกาลไปทั้งหมดไม่ได้…”
สวีเสี่ยวหลานกลอกตา “เจ้ายังมีหน้ามาพูดอีก ข้าปวดใจแทนหอดิ้นทองแล้วเนี่ย ตอนแรกคนเขาตั้งใจจะเชือดเจ้า แต่เจ้ากลับเอาของรักของเขาไปถึงสามชิ้น แถมยังได้เพิ่มอีกตั้งหนึ่งล้านหินวิญญาณ”
“ของรักสามชิ้นทำได้ดี ข้าชอบ โฮ่ง!” ต้าไป๋พูดแทรกพลางยิ้มกรุ้มกริ่ม
สวีเสี่ยวหลาน “…”
อันหลิน “…”
“ต่อไปเราจะไปไหน” สวีเสี่ยวหลานเก้อเขินจึงรีบเปลี่ยนประเด็น
“อืม เราไปเดินเล่นละแวกนี้ ดูสิว่ามีพวกหอดิ้น