นจนเสพติด จึงส่งกระแสจิตเตือน
“ไม่ต้องห่วง ข้าจะลองความยากดูก่อน” อันหลินพยักหน้า ยื่นหนึ่งหินปราณให้เหล่าจง เริ่มเดินไปหาวัตถุบรรพกาลที่ลอยล่องกลางอากาศ
คนที่เลือกวัตถุบรรพกาลบนแท่นหิน รวมอันหลินแล้วก็มีสามคน
นอกจากเหยียนเมิ่งแล้ว มีชายวัยกลางคนที่สวมชุดหนังสัตว์สีม่วงคนหนึ่งกำลังตั้งใจเพ่งมองวัตถุบรรพกาลกลางอากาศเช่นกัน
อันหลินมองวัตถุที่อยู่ภายในผ่านม่านแสงสีขาว ชิ้นแรกเป็นตำราโบราณเล่มหนึ่ง
เขาขบคิด แม้ความรู้จะเปลี่ยนแปลงชะตาได้ แต่หากเป็นอักษรโบราณเขาก็อ่านไม่ออก ไม่เข้าใจ เช่นนั้นก็เปล่าประโยชน์ไม่ใช่เหรอ ฉะนั้นมองข้ามไปได้เลย
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงมองแสงดวงที่สอง มันเป็นกระบี่โบราณเล่มหนึ่ง
อืม เขามีกระบี่อยู่แล้ว ขอผ่าน
ชิ้นที่สาม ชิ้นที่สี่…
เขาไล่มองทีละอย่าง จากนั้นก็ข้ามไปทุกอย่าง ต้องเลือกวัตถุที่ตัวเองใจเต้นเป็นการเริ่มต้นที่ดี ตกหลุมรักตั้งแต่แรกพบกับวัตถุบรรพกาลต่างหากเป็นการเริ่มต้นที่สมบูรณ์แบบที่สุด
จากนั้นเขาก็เห็นพู่ห้อยหยกชิ้นหนึ่ง
พู่ห้อยหยกชิ้นนี้เป็นสีคราม แม้จะผ่านกาลเวลามาอย่างยาวนาน มันก็ยังเปล่งประกายชวนฝัน
เมื่อมองมัน ก็ทำให้รู้สึกราวกับเห็นท้องทะเล
อันหลินชี้พู่ห้อยหยก พูดเสียงดังว่า “เหล่าจง ข้าต้องการวัตถุโบราณชิ้นนี้”
“เหล่าจง ข้าต้องการวัตถุโบราณชิ้นนี้” เสียงอ่อนหวานดังขึ้นแทบจะพร้อมกัน
อันหลินชะงัก หันมองข้างๆ เห็นเหยียนเมิ่งที่ชะงักไปเช่นเดียวกัน