การอบรมบ่มเพาะที่ดีงาม รวมถึงความคิดเลดี้เฟิร์สที่มีมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ทำให้อันหลินตอบสนองทันทีทันใด พูดเสียงร้อนรนว่า “เหล่าจง ข้าพูดก่อน!”
“เหล่าจง ข้าพูดก่อนต่างหาก!” เสียงของหญิงสาวดังขึ้นพร้อมกัน
เหล่าจง “…”
ทั้งคู่ต่างก็นิ่งอึ้งไป จ้องกันด้วยแววตาที่เหมือนจะมีประกายไฟแตกเปรี้ยะๆ
เมื่อเห็นทั้งสองคนเชือดเฉือนกัน หลิวหั่วกับเฮยมู่เองก็ตกใจเช่นกัน พวกเขาคิดไม่ถึงเลยว่าจะมีคนยื้อแย่งกันมาส่งเงินให้ถึงที่
เหยียนเมิ่งยืดหน้าอกใหญ่สะบึม พูดเสียงเย็นว่า “เจ้าเป็นใคร ไม่รู้จักหลักการมาก่อนได้ก่อนหรือ ข้าเลือกอยู่ที่นี่ตั้งนานแล้ว เจ้ามาใหม่ไม่รู้จักยอมหน่อยหรือ”
“เหอะ แล้วแต่เจ้าเถอะ ให้เจ้าก่อนแล้วกัน อย่างไรเสียเจ้าเลือกไปก็เปล่าประโยชน์” อันหลินคิดไปคิดมา เป็นปรปักษ์กับองค์หญิงก็ไม่มีความหมายอะไร จึงแสดงความเมตตายอมให้สักครั้ง
“เจ้า…” เหยี่ยนเมิ่งโมโหจนหน้าอกสั่น “วันนี้ข้าจะต้องเอาพู่ห้อยหยกชิ้นนี้กลับไปให้ได้ เจ้าฝันไปเถอะ!”
เหยี่ยนเมิ่งรับพู่ห้อยหยกสีครามที่เหล่าจงยื่นมาให้อย่างหัวฟัดหัวเหวี่ยง จากนั้นก็หลอมมัน
เพื่อการหลอมในครั้งนี้ นางใช้ทั้งไม้อ่อน ไม้แข็ง วิธีสังเวย ใช้ค่ายกลกระตุ้น…วิทยายุทธทุกแขนงถูกใช้จนหมดเกลี้ยง ทำเอาอันหลินตกตะลึง รู้สึกเปิดโลกทัศน์อย่างมาก
แต่ทว่าก็ไม่มีประโยชน์อะไร
ผ่านไปครู่ใหญ่ พู่ห้อยหยกสีครามยังคงเป็นเช่นเดิม ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง
เหยียนเมิ่งสิ้นหว