“ท่านประมุข ครานี้เป็นเหยื่อชั้นดี มีกายแห่งมรรคขั้นสิบคนหนึ่ง…”
ชายชุดดำปากแหลมแก้มตอบคนหนึ่งพูดกับชายชุดขาวที่นั่งอยู่บนบัลลังก์สูง
ชายชุดขาวคือประมุขเฉินเทียนหยางแห่งอารามอัมพรนั่นเอง ใบหน้าของเขาเคร่งขรึม แต่มุมปากกลับยกยิ้มเล็กน้อย “ชาวเมืองอพยพของเมืองหงเย่กับนักพรตที่มาขอพึ่งพิงถูกดูดพลังเกือบจะทั้งหมดแล้ว ไม่คิดเลยว่าบัดนี้จะมีหมูอ้วนพีตัวหนึ่งอยู่ น่าแปลกใจจริงๆ”
ไม่นานอันหลิน หลิวหู่กับหลิวซู่ซู่ก็ปรากฏตัวกลางโถงใหญ่
“อันหลิน”
“หลิวหู่”
“หลิวซู่ซู่”
“ขอคารวะท่านประมุข”
ทั้งสามเริ่มคำนับอย่างนอบน้อมเมื่อเห็นเฉินเทียนหยาง
ผู้อาวุโสทั้งหลายในห้องโถงรวมถึงเฉินเทียนหยางต่างก็ประเมินทั้งสามคนที่อยู่ตรงหน้าอย่างละเอียดถี่ถ้วน
เฉินเทียนหยางไม่พูดอะไร ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มมีเลศนัย กวาดสายตามองอันหลินกับหลิวหู่ สุดท้ายก็เคลื่อนมาที่ตัวของหลิวซู่ซู่
หลิวซู่ซู่ถูกจ้องจนรู้สึกอึดอัด แต่บัดนี้นางกำลังเผชิญหน้ากับบุคคลผู้สูงศักดิ์ จึงไม่กล้าปริปากเลยสักนิด ทำได้เพียงก้มหน้าลง
“หึๆ ไม่คิดเลยว่าไม่ใช่แค่หมูอ้วนพีเท่านั้น แต่ยังมีดอกไม้งามมาด้วย…”
เฉินเทียนหยางหรี่ตา รอยยิ้มบนใบหน้าเด่นชัดยิ่งขึ้น เอื้อนเอ่ยขึ้นมาอย่างเชื่องช้า
หลิวหู่กับหลิวซู่ซู่พอได้ฟังคำพูดของเฉินเทียนหยาง ก็รู้สึกตั้งตัวไม่ทัน มองบุรุษที่ทรงพลัง หน้าเปื้อนยิ้มด้วยความงุนงง
เฉินเทียนหยางพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ออกคำสั่งเสียง