เมืองหงเย่ เขตเฮยเหยียน แคว้นเทียนเหอ บัดนี้ในเมืองกว้างใหญ่เงียบสงัดอย่างยิ่ง มีหมอกดำลอยสู่เวหาเป็นระลอกๆ และมีกลิ่นคาวเลือดจางๆ คละคลุ้งในอากาศ
ท้องถนนไร้ผู้คน วังเวง มีซากศพเป็นครั้งคราว เพียงชั่วครู่ก็ถูกเงาดำทมิฬคืบคลานมาเขมือบ สิ่งเดียวที่คงอยู่ มีเพียงคราบเลือดแดงฉานที่ถูกทิ้งไว้บนผิวดิน
อันที่จริงทั้งเมืองเรียกได้ว่าเป็นเมืองร้างแล้ว รอบข้างเงียบสงัด ไม่มีกลิ่นอายชีวิตเลย
ทว่าในมุมหนึ่งของเมืองหงเย่ กลับมีเสียงต่อสู้ที่ไม่เข้ากับบรรยากาศดังแว่วมา
เงาดำคลานดังกรอบแกรบไปหาชายคนตรงหน้า อ้าปากที่กว้างยิ่งกว่ามนุษย์ทั่วไป ภายในปากมีเขี้ยวแหลมร่วมร้อยกำลังขยับ กลิ่นคาวเลือดโชยมา อยากจะเขมือบชายคนนี้
ชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำผู้นี้ยกกระบี่แล้วฟันลงอย่างแรง ไอกระบี่สีขาวลอยออกมา โจมตีเงาดำให้ล่าถอย
เงาดำเป็นมดยักษ์สีทมิฬตัวยาวหนึ่งจั้ง ของเหลวสีดำทะลักออกจากศีรษะ
หลังมันถูกกระบี่ฟันจนกระเด็น ก็มีมดยักษ์อีกสามตัวมุดออกมา กระโจนใส่ชายคนนั้น
ชายคนนั้นผลักหญิงสาวร่างบางที่คุ้มกันข้างหลังออก ตะโกนลั่นว่า “ซู่ซู่ รีบหนีไป! ไปที่อารามอัมพร!”
“ท่านพ่อ!” หญิงสาวตาแดงก่ำ สั่นเทาไปทั้งตัว กัดฟันแน่นไม่ยอมถอยร่น
นางรู้ว่าหากไม่หนีตอนนี้ จะไม่มีโอกาสหนีอีกแล้ว จึงตะโกนอย่างร้อนรนว่า “ท่านต้องรอดมาหาข้านะ!”
เมื่อพูดเสร็จ ขณะที่หญิงสาวกำลังจะหันหลังหนี กลับเห็นชายคนนั้นถูกมดยักษ์ตัวนั้นกระโจนใส่จน