ล้ม จึงยืนนิ่งกับที่ ดวงตาคู่งามเบิกตากว้าง ร่างกายดุจตกลงในอุโมงค์น้ำแข็ง
สมองของหญิงสาวว่างเปล่า จ้องคมเขี้ยวที่เข้าใกล้ศีรษะของผู้เป็นพ่อ ลืมแม้กระทั่งการกรีดร้องด้วยซ้ำ
ในตอนนั้นเอง สายลมอ่อนก็พัดโชยมา
ไม่รู้ว่าชายหนุ่มหน้าตาคมสันคนหนึ่งโผล่มาตรงหน้าชายที่ตอนนี้ล้มไปกองกับพื้นตั้งแต่เมื่อใด กระบี่ดำขลับของเขามีลมสีขาวห้อมล้อม แต่เพียงไม่นานก็จางหายไป
“ฟู่ว…ยังดีที่ข้าวิ่งไว” ชายหนุ่มพรูลมหายใจยาว เก็บกระบี่ใส่แหวนมิติ ไม่มองมดยักษ์สี่ตัวตรงหน้าอีกเลย
ผลุบ…
ศีรษะของมดยักษ์ทั้งสี่หล่นร่วงลงช้าๆ เลือดสีดำพุ่งกระฉูดออกมา
ชายที่ล้มลงเบิกตากว้าง มองภาพตรงหน้าอย่างเหม่อลอย
เมื่อครู่นี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่ เขาไม่เข้าใจเลยสักนิด รู้เพียงว่าชายหนุ่มคนตรงหน้าโผล่มา มดยักษ์สี่ตัวนี้ก็ตายเหี้ยนแล้ว
แต่ครู่เดียวเขาก็รู้สึกตัว นี่ต้องเป็นยอดฝีมือสักคนเป็นแน่แท้ คุกเข่าขอบคุณทันที “ขอบคุณผู้อาวุโสที่ช่วย หลิวหู่ซาบซึ้งยิ่งนัก!”
หญิงสาวที่มีรูปโฉมงดงาม รูปร่างค่อนข้างผอมบางคนนั้นวิ่งเข้ามา มาร่วมคำนับกับชายวัยกลางคนด้วย
ชายหนุ่มที่ถูกเรียกว่าผู้อาวุโสชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็กระแอมเล็กน้อย ทำหน้าสบายๆ “หึ ไม่ต้องมากพิธีหรอก เรื่องเล็กน้อยเพียงหยิบมือเท่านั้น”
ขณะที่พูด ก็พยุงสองพ่อลูกขึ้นด้วย
“เมืองถูกฝูงมดทำลายล้างจนร้าง ไยพวกเจ้าถึงเสี่ยงมาที่นี่อีกเล่า” ชายที่ถูกเรียกว่าผู้อาวุโสเอ่ยถาม
หลิวห